×

แกะไส้ใน ‘โดรน ชาเฮด’ อาวุธโจมตีแบบเที่ยวเดียวราคาประหยัด ที่อิหร่านใช้พลิกเกมในสงครามทางอากาศ

18.03.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกเผยโครงสร้างภายในโดรน Shahed ของอิหร่าน ซึ่งเป็นอาวุธราคาประหยัดที่พลิกเกมในสงครามทางอากาศ

ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน หนึ่งในอาวุธที่ถูกจับตามองว่ามีผลสำคัญต่อทิศทางของสงครามคือ ‘โดรน’ ซึ่งอิหร่านถือเป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่ทำการพัฒนาและผลิต ‘โดรนโจมตี’ ที่ทั่วโลกรู้จักในชื่อ โดรนชาเฮด (Shahed Drone) หรือ Shahed-136

 

โดรนชาเฮด หรือโดรนไร้คนขับที่มีผู้ควบคุมจากระยะไกล เป็นโดรนโจมตีแบบ ‘เที่ยวเดียว’ (One-Way Attack Drone) ที่จะบินไปยังเป้าหมายและระเบิดเมื่อกระทบกับเป้าหมาย

 

ที่ผ่านมา อิหร่านใช้เวลาหลายปีในการผลิตและจัดส่งโดรนรุ่นนี้ให้กับชาติพันธมิตร และคาดว่า ณ ปัจจุบัน อิหร่านมีโดรนชาเฮด อยู่ในสต็อกกว่า 8 หมื่นลำ

 

และกว่า 1,000 ลำ ถูกนำมาใช้แล้ว เพื่อโจมตีในอิสราเอลและหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดฉากโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

 

การใช้โดรนชาเฮด ในการโจมตีนั้น จะมุ่งเน้นไปที่ปริมาณมากกว่าความแม่นยำ โดยอาศัยการปล่อยโดรนจำนวนมากเข้าโจมตีพร้อมๆ กันเพื่อเอาชนะระบบป้องกันภัยทางอากาศ

 

ยุทธวิธีในการใช้โดรนโจมตีแบบนี้ ยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธวิธีการทำสงครามแบบอสมมาตร (Asymmetric Warfare) เนื่องจากอิหร่านนั้นมีกองทัพและเทคโนโลยีที่ด้อยกว่าศัตรูอย่างอิสราเอลและสหรัฐฯ

 

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว โดรนเหล่านี้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ โดยโดรนชาเฮด 1 ลำมีต้นทุนอยู่ระหว่าง 20,000 ถึง 50,000 ดอลลาร์ จากการประเมินโดยศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์และระหว่างประเทศ (Center for Strategic and International Studies)

 

ความแตกต่างนี้ สะท้อนชัดในการทำสงครามทางอากาศที่เกิดขึ้น พูดให้เห็นภาพง่ายๆ เช่น ค่าใช้จ่ายของระบบขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออต 1 ระบบของสหรัฐฯ ปกติแล้วจะอยู่ที่ราว 4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเทียบได้กับราคาของโดรนชาเฮดจำนวน 115 ลำ (คำนวนจากราคาลำละประมาณ 35,000 ดอลลาร์)

 

ประสิทธิภาพโดรนชาเฮด ที่ยากต่อการหยุดยั้ง

 

โดรนชาเฮด มีความเร็วสูงสุด 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบินได้ระยะไกล 1,800-2,400 กิโลเมตร บรรทุกระเบิดน้ำหนักถึง 40 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพที่โดดเด่น โดยเฉพาะระบบป้องกันการรบกวนสัญญาณและมีคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ที่ทำให้ศัตรูป้องกันการโจมตีได้ยาก ได้แก่

 

1.ระบบนำทางแบบออฟไลน์

 

โดรนชาเฮด ออกแบบมาให้ระเบิดเมื่อกระทบเป้าหมาย โดยจะเชื่อมต่อกับสัญญาณ GPS เพื่อบันทึกตำแหน่ง แค่ก่อนหรือหลังการบินขึ้น จากนั้นโดยทั่วไปจะปิดตัวรับสัญญาณ ก่อนจะเดินทางเป็นระยะทางไกลไปยังเป้าหมายโดยใช้ไจโรสโคปที่วัดความเร็ว ทิศทาง และตำแหน่ง ซึ่งเรียกว่า ‘ระบบนำทางเฉื่อย’

 

โทมัส วิธิงตัน (Thomas Withington) นักวิจัยจากสถาบัน Royal United Services Institute (RUSI) ของอังกฤษชี้ว่า “GPS จะถูกรบกวนสัญญาณโดยสิ่งใดก็ตามที่ปกป้องเป้าหมาย”

 

“หากคุณดูแผนที่การรบกวนสัญญาณ GPS ในตะวันออกกลางในขณะนี้ คุณจะเห็นว่ามีการรบกวนสัญญาณเป็นจำนวนมาก การไม่ใช้ GPS จะช่วยหลีกเลี่ยงสิ่งนั้นได้”

 

โดรนชาเฮดสามารถเชื่อมต่อกับสัญญาณ GPS ได้อีกครั้งก่อนการโจมตีเพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้น หรืออาจทำการโจมตีแบบอยู่ในโหมดออฟไลน์ก็ได้

 

“มันอาจไม่แม่นยำเสมอไป แต่ก็แม่นยำเท่าที่จำเป็น” วิธิงตันกล่าว

 

  • กลไกป้องกันการรบกวน

 

รัสเซียเองก็มีการผลิตโดรนแบบเดียวกับชาเฮด เพื่อใช้ในสงครามในยูเครนตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

สถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงระหว่างประเทศของสหรัฐฯ พบในปี 2023 ว่าโดรนเหล่านั้นมีการใช้ “ระบบลดการรบกวนเสาอากาศที่ทันสมัย” เพื่อกำจัดสัญญาณรบกวนของศัตรูในขณะที่ยังคงรักษาสัญญาณ GPS ที่ต้องการไว้

 

AFP รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวในยุโรป ว่า พบกลไกป้องกันการรบกวนสัญญาณ GPS ในซากโดรนที่ผลิตโดยอิหร่าน ซึ่งใช้โจมตีไซปรัสในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่าน

 

ทอดด์ ฮัมฟรีย์ส ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศแห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน ชี้ว่า “อิหร่านประกอบโดรนชาเฮดขึ้นมา โดยใช้ชิ้นส่วนสำเร็จรูป แต่ก็มีความสามารถหลายอย่างที่อุปกรณ์ GPS ของกองทัพสหรัฐฯ มี”

 

“การป้องกันพวกมันในขณะนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อน”

 

3.วัสดุพรางตัว

 

เอกสารของ RUSI ปี 2023 ระบุว่า โดรน Shahed สร้างขึ้นจาก วัสดุดูดซับเรดาร์น้ำหนักเบา เช่น พลาสติกและไฟเบอร์กลาส

 

โดยขนาดที่เล็กและระดับเพดานบินที่ต่ำ ทำให้พวกมันสามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศได้

 

4.ระบบระบุตำแหน่ง

 

ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่าอิหร่านใช้ระบบระบุตำแหน่งหลายระบบ ทำให้โดรนของอิหร่านสามารถหลบเลี่ยงการรบกวนสัญญาณได้ง่ายขึ้น

 

เซอร์ฮี เบสเครสต์นอฟ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของกระทรวงกลาโหมยูเครน ชี้ว่า อิหร่านใช้ระบบดาวเทียม BeiDou ระบบนำทางด้วยดาวเทียมของจีน ซึ่งเป็นคู่แข่งของระบบ GPS ของสหรัฐฯ

 

ซึ่งโดรนชาเฮด รุ่นที่ผลิตในรัสเซีย ใช้ทั้งดาวเทียม BeiDou และ GLONASS ซึ่งเป็นระบบนำทางด้วยดาวเทียมของรัสเซีย เขากล่าว

 

นอกจากนี้ ยังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าโดรนของอิหร่านอาจใช้ LORAN ซึ่งเป็นระบบนำทางด้วยคลื่นวิทยุที่พัฒนาขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองด้วย

 

โดยระบบ LORAN ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ดาวเทียม ส่วนใหญ่เลิกใช้ไปเมื่อ GPS ถือกำเนิดขึ้น แต่ในปี 2016 อิหร่านเปิดเผยว่า กำลังฟื้นฟูเทคโนโลยีนี้ ซึ่งต้องใช้เครือข่ายเครื่องส่งสัญญาณภาคพื้นดินขนาดใหญ่ แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญจะยังไม่ยืนยันว่า เทคโนโลยีนี้สามารถใช้งานได้จริงในปัจจุบันก็ตาม

 

จะรับมือโดรนชาเฮดอย่างไร?

 

กองทัพส่วนใหญ่ใช้วิธีป้องกันโดรนชาเฮด ด้วยการยิงสกัดด้วยปืนใหญ่ ขีปนาวุธ และโดรนสกัดกั้น โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลก็กำลังพัฒนาระบบเลเซอร์สกัดกั้นโดรนเช่นกัน

 

แต่การรบกวนสัญญาณก็ยังคงใช้ได้ผล เช่นในกรณีของยูเครน เช่นเดียวกับการปลอมแปลงสัญญาณ ซึ่งต้องใช้การแฮ็กเข้าไปในระบบนำทางของโดรนเพื่อเปลี่ยนจุดหมายปลายทาง

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางทหารของยูเครนโดยสำนักข่าว AFP พบว่ายูเครนใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทำลายโดรนโจมตี 4,652 ลำ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งไม่ห่างจากจำนวนโดรนที่ยิงตกในช่วงเวลาเดียวกัน คือ 6,041 ลำ

 

ผู้เชี่ยวชาญของยูเครนยืนยันว่า การป้องกันทางอิเล็กทรอนิกส์และการสกัดกั้นโดรนแบบดั้งเดิมมักถูกใช้ควบคู่กันเพื่อต่อต้านโดรนโจมตีเหล่านี้

 

นอกจากนี้ สำหรับกองทัพสหรัฐฯ ก็มีการพัฒนาโดรนโจมตีแบบทางเดียว ที่คล้ายกับโดรนชาเฮดของอิหร่านเช่นกัน โดยมีชื่อว่าโดรนลูคัส (LUCAS) หรือ FLM-136 LUCAS ซึ่งปัจจุบันก็ถูกนำมาใช้ในสงครามอิหร่านแล้วเช่นกัน

 

รัฐบาลวอชิงตันหันมามุ่งเน้นการพัฒนาโดรนทางทหารขนาดเล็กอย่างจริงจัง โดยในเดือนกรกฎาคม 2025 พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งชื่อ “ปลดปล่อยความเหนือกว่าของโดรนทางทหารสหรัฐฯ” เพื่อสั่งให้เพนตากอนลดขั้นตอนทางราชการและเร่งการใช้งานโดรนทั่วทั้งกองทัพ ท่ามกลางความพยายามเพื่อรับมือความท้าทายของฝ่ายตรงข้าม เช่น อิหร่าน ที่มีการผลิตโดรนจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ ในการประชุมแบบปิดของสภาคองเกรสสหรัฐฯ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ ได้แจ้งต่อสมาชิกสภาคองเกรสว่า โดรนชาเฮดของอิหร่าน กำลังกลายเป็นความท้าทายใหญ่ เพราะระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ไม่สามารถสกัดกั้นได้ทั้งหมด

 

แหล่งข่าวสองรายในห้องประชุมเผยว่า เฮกเซธ และพลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม ยอมรับว่า โดรนแบบใช้เที่ยวเดียวนี้กำลังสร้างปัญหาใหญ่มากกว่าที่คิดไว้ เพราะโดรนเหล่านี้บินต่ำและช้า ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้สามารถหลบเลี่ยงระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ดีกว่าขีปนาวุธ

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising