วันนี้ (16 มีนาคม) ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงขยายตัวและมีความไม่แน่นอนสูง มีการโจมตีทางอากาศโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ ทั้งอิหร่าน อิสราเอล และอิรัก โดยพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานทางทหารและพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และให้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่กับสถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบเพื่อรับการช่วยเหลือ
แม้สถานทูตไทย ณ กรุงเตหะราน จะต้องย้ายที่ทำการชั่วคราวไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี แต่ยังคงดูแลคนไทยและอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยได้กำหนดรอบอพยพคนไทยออกจากอิหร่านเพิ่มเติม 2 รอบ ในวันที่ 17 และ 25 มีนาคม 2569 ขอให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางกลับเร่งลงทะเบียนโดยด่วน ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง มีคนไทยในตะวันออกกลางได้รับการช่วยเหลืออพยพกลับประเทศแล้ว รวมทั้งสิ้น 952 คน
ปาณิดลกล่าวอีกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ลูกเรือบรรทุกสินค้าไทยมยุรีนารี จำนวน 20 คน ได้เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพแล้ว โดยได้รับการต้อนรับจากผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน
สำหรับลูกเรืออีก 3 คนที่ยังติดค้างอยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้โทรศัพท์หารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เพื่อขอให้สนับสนุนการช่วยเหลือลูกเรือกลุ่มนี้แล้ว พร้อมกันนี้ยังได้เจรจาขอให้ทางการอิหร่านอนุญาตให้เรือพาณิชย์ของไทยสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุสได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย พร้อมย้ำท่าทีของไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับเข้าสู่การเจรจาและการทูต เพื่อให้เรื่องทุกจบลงโดยเร็วและสันติ
ส่วนภาพรวมการอพยพคนไทยประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปาณิดลกล่าวว่า จุดที่มีความท้าทายและยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว คือกรณีของการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดที่มีความอันตรายที่สุด และรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่าต้องอพยพ ซึ่งคนไทยสองกลุ่มแรกเดินทางออกมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกสองกลุ่มที่กำลังจะอพยพกำลังจะตามออกมา
ส่วนภาพรวมการอพยพคนไทยประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปาณิดลกล่าวว่า จุดที่มีความท้าทายและยากลำบากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว คือกรณีของการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดที่มีความอันตรายที่สุด และรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนว่าต้องอพยพ ซึ่งคนไทยสองกลุ่มแรกเดินทางออกมาเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกสองกลุ่มที่กำลังจะอพยพกำลังจะตามออกมา
ขณะที่ในพื้นที่อื่นๆ เรายึดหลักการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ โดยสรุปปัจจัยต่างๆ ประกอบกับความพร้อมของเที่ยวบิน การเปิดน่านฟ้า ส่วนกรณีที่ขอเปิดไม่ได้ก็จะไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี ฉะนั้นยืนยันว่าหากมีสถานการณ์เราก็สามารถรับมือได้


