×

สธ. สั่งรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง คุมเข้มเวชภัณฑ์-พลังงาน พร้อมชูวาระเร่งผลิตจิตแพทย์ ขยายบริการสุขภาพครบวงจร

โดย THE STANDARD TEAM
05.03.2026
  • LOADING...
ภาพการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข นำโดยพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

วานนี้ (4 มีนาคม) ที่ กระทรวงสาธารณสุข พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 2/2569 โดยมี วรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อติดตามความคืบหน้านโยบายสำคัญและวางมาตรการรับมือสถานการณ์โลกที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขไทย

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มีข้อสั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างรัดกุมใน 3 มิติหลัก ได้แก่:

 

  • การแพทย์และสาธารณสุข: เตรียมแผนรองรับการดูแลสุขภาพคนไทยในกรณีที่มีการอพยพฉุกเฉินกลับประเทศ
  • ความมั่นคงด้านยา: บริหารจัดการคลังยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้มีปริมาณสำรองเพียงพอต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • มาตรการประหยัดพลังงาน: สั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเคร่งครัด เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานโลก

 

ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้การเพิ่มศักยภาพการผลิตจิตแพทย์ เป็นวาระเร่งด่วนระดับกระทรวง เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีจิตแพทย์เพียง 845 คน คิดเป็นสัดส่วน 1.28 คนต่อประชากร 1 แสนคน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายตามมติคณะรัฐมนตรี (24 ม.ค. 2566) ที่กำหนดไว้ที่ 1.7 คนต่อประชากร 1 แสนคน

 

กระทรวงสาธารณสุขจึงตั้งเป้าหมายเร่งผลิตจิตแพทย์เพิ่มอย่างน้อย 30 คนต่อปี โดยมอบหมายให้กรมสุขภาพจิตเพิ่มกำลังการผลิตจิตแพทย์ผู้ใหญ่จาก 22 คน เป็นอย่างน้อย 41 คน ภายในปี 2571 พร้อมทั้งอนุมัติให้โรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมเป็นสถาบันฝึกอบรม โดยให้ผู้ตรวจราชการและประธาน Service Plan สาขาจิตเวชและยาเสพติด เป็นผู้สนับสนุนการคัดเลือกโรงพยาบาลเป้าหมาย

 

นอกจากประเด็นเร่งด่วนแล้ว ที่ประชุมยังได้ติดตามการพัฒนานโยบายสุขภาพที่สำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ดังนี้:

 

  • นโยบายฟอกไตฟรี: มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพบริการ โดยสั่งการให้วิเคราะห์พื้นที่เพื่อจัดตั้งจุดบริการในเขตที่เป็นปัญหา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงจัดกลุ่มอำเภอพื้นที่ติดต่อกันเพื่อลดระยะเวลาและภาระค่าเดินทางของผู้ป่วย
  • นโยบายฉายแสงมะเร็งครอบคลุมทุกที่: กางแผนเตรียมเพิ่มหน่วยบริการรังสีรักษาและเครื่องจำลองรังสีรักษา (LINAC) รวม 17 แห่ง ภายในปี 2573 เพื่อกระจายการเข้าถึงให้ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ และตั้งเป้าลดระยะเวลารอคอยการรักษาให้เหลือไม่เกิน 6 สัปดาห์

 

สำหรับการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล โดยเฉพาะแอปพลิเคชันหมอพร้อมกระทรวงสาธารณสุขมีแผนดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ เปิดตัวระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เพื่อดูแลสุขภาพคนไทยในต่างแดน ผ่านระบบ LINE Official Account ในชื่อคู่ใจสุขภาพแรงงานไทย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงคำปรึกษาทางการแพทย์ได้ทุกที่ทั่วโลก

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising