วานนี้ (24 กุมภาพันธ์) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมติดตามการใช้งานระบบสารสนเทศการบริหารจัดการค่าธรรมเนียมมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร และระบบ House ID ของสำนักงานเขตมีนบุรีและเขตหนองจอก เพื่อติดตามการดำเนินงานจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะ ป้องกันปัญหาขยะตกค้างในพื้นที่ และส่งเสริมให้ประชาชนลดและคัดแยกขยะตามประเภทผ่านโครงการบ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม
รองผู้ว่าฯ กทม. กำชับให้สำนักงานเขตลงพื้นที่ให้ความรู้และสร้างความเข้าใจกับประชาชน ควบคู่การรณรงค์เชิญชวนให้เข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยลดปริมาณขยะที่จะเข้าสู่ระบบกำจัด โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 จะต้องส่งภาพการคัดแยกขยะ 4 ประเภทผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY ทุก 6 เดือน เพื่อยืนยันการคัดแยกขยะและต่ออายุสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งระบบจะแจ้งเตือนให้ส่งภาพตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 และกรุงเทพมหานครจะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจสอบความถูกต้องของภาพ เพื่อป้องกันการใช้ภาพซ้ำหรือภาพจากแหล่งอื่น
ทั้งนี้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มีบ้านเรือนที่ได้รับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมขยะแล้ว 786,099 หลังคาเรือน ขณะที่ประชาชนที่ยังไม่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการสามารถสมัครได้ต่อเนื่องผ่านแอปพลิเคชัน BKK WASTE PAY เว็บไซต์ของโครงการ สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือผ่านเจ้าหน้าที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะ โดยผู้ประสงค์ขอรับสิทธิ์ลดค่าธรรมเนียมจะต้องลงทะเบียนและส่งภาพหลักฐานการคัดแยกขยะครบทั้ง 4 ประเภท เพื่อขอรับสิทธิ์จ่ายค่าขยะจากเดิม 60 บาท เหลือ 20 บาทต่อเดือน


