×

ปปง. ส่งสำนวนคดีให้อัยการ เร่งสางปม ‘สแกมเมอร์’ จ่อยึดทรัพย์-หุ้น ‘บางจากฯ ’ รวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เตรียมชงศาลสั่งคืนผู้เสียหาย เล็งเอาผิดอาญาเพิ่ม

17.02.2026
  • LOADING...
บรรยากาศงานแถลงข่าว ปปง. ส่งมอบสำนวนคดีฉ้อโกงและสแกมเมอร์มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ให้อัยการ

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงข่าวส่งมอบสำนวนคดีฉ้อโกงประชาชนและขบวนการสแกมเมอร์ 4 สำนวนใหญ่ มูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 13,074 ล้านบาท ให้สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน พร้อมเปิดทางคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย

 

เทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการ ปปง. , วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. ร่วมกับ เยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด แถลงความคืบหน้าการส่งสำนวนคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและและขบวนการสแกมเมอร์

 

เยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เปิดเผยว่า การรับมอบสำนวนในครั้งนี้ประกอบด้วย 4 สำนวนคดี ซึ่งทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 และ 3 เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีการตั้งคณะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปง. เพื่อรวบรวมเอกสารและพิจารณาสำนวนให้ทันภายในกรอบระยะเวลา 90 วันตามกฎหมาย

 

เยาวลักษณ์ กล่าวต่อว่า ฐานความผิดที่เกิดขึ้นเข้าข่ายจะเป็นความผิดทางอาญาด้วย เพราะถือเป็นอาชกรรมข้ามชาติ เข้าข่ายความผิดเกิดนอกราชอาณาจักร ที่มีเส้นเงินเชื่อมโยงกับประเทศสิงคโปร์กับกัมพูชา

 

ด้านวิทยา นีติธรรม ให้ข้อมูลเสริมว่า คณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งกรอบเวลา 90 วันจะครบกำหนดในวันที่ 1 มีนาคม นี้ ดังนั้นทางอัยการจึงต้องเร่งพิจารณาเพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้ทันกำหนดดังกล่าว

 

สำหรับรายละเอียดของคดีทั้ง 4 สำนวน วิทยาชี้แจงว่า แม้จะเป็นกลุ่มคดีสแกมเมอร์และการหลอกลวงเหมือนกัน แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าทั้ง 4 คดี อาทิ กรณี Hybrid Scam หรือ Call Center ไม่มีความเกี่ยวพันกันในเชิงโครงสร้างเครือข่าย เป็นการแยกกลุ่มแก๊งค์ และแยกบัญชีทรัพย์ แต่ขอยังไม่เปิดรายละเอียดเชิงลึกไปมากกว่านี้

 

โดยสินทรัพย์สินที่ยึดอายัดได้ในครั้งนี้มีความหลากหลาย ทั้งที่ดิน หลักทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ บัญชีเงินฝาก รวมถึงหุ้น โดยในส่วนของหุ้น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP นั้น แม้จะมีการยึดอายัดไว้ แต่สถานะความเป็นเจ้าของยังคงอยู่ เพียงแต่ไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนเพื่อให้ทรัพย์สินเสื่อมค่าลงได้

 

บรรยากาศงานแถลงข่าว ปปง. ส่งมอบสำนวนคดีฉ้อโกงและสแกมเมอร์มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ให้อัยการ 1

บรรยากาศงานแถลงข่าว ปปง. ส่งมอบสำนวนคดีฉ้อโกงและสแกมเมอร์มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท ให้อัยการ 2

บรรยากาศงานแถลงข่าวสำนักงาน ปปง. ส่งมอบสำนวนคดีฉ้อโกงประชาชนและขบวนการสแกมเมอร์ 4 สำนวนใหญ่ มูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 13,074 ล้านบาท ให้สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

 

ความหวังผู้เสียหาย เตรียมเปิดยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ

 

ประเด็นสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจคือโอกาสในการได้คืนทรัพย์สิน วิทยาอธิบาย ว่า กระบวนการตามกฎหมายฟอกเงินฉบับใหม่เอื้อให้มีการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยหลังจากนี้จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้เสียหายในทั้ง 4 คดีเข้ายื่นคำร้องพร้อมหลักฐานแสดงความเสียหาย ภายใน 90 วันนับแต่วันประกาศ

 

“เมื่อรวบรวมข้อมูลผู้เสียหายแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องให้อัยการเพื่อยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่ยึดได้มาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหาย แทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินเพียงอย่างเดียว” วิทยากล่าว

 

แยกส่วน ‘คดีแพ่ง’ และ ‘คดีอาญา’

 

การดำเนินการของ ปปง. และอัยการในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการในส่วนของ มาตรการทางแพ่ง (Civil Forfeiture) ที่มุ่งเน้นการจัดการกับทรัพย์สิน ซึ่งแยกส่วนกับ คดีอาญา โดยปัจจุบันสำนวนคดีอายายังอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน เช่น กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และยังไม่ได้ส่งมาถึงอัยการ

 

อย่างไรก็ตาม หากผลการสอบสวนทางอาญาเสร็จสิ้น ก็สามารถนำข้อมูลมาประกอบกันได้ แต่กระบวนการยึดทรัพย์สามารถเดินหน้าไปได้ก่อนโดยไม่ต้องรอผลคดีอาญา

 

กระบวนการในชั้นศาลและการต่อสู้คดี

 

เมื่ออัยการยื่นคำร้องต่อศาลแล้ว หากศาลรับคำร้อง จะมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งในขั้นตอนนี้จะไม่มีกำหนดระยะเวลา 90 วันเหมือนชั้นเจ้าหน้าที่ โดยฝ่ายผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิแต่งตั้งทนายความเข้ามาต่อสู้คดีและชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสามารถต่อสู้ได้ถึงชั้นฎีกา

 

ทั้งนี้ วิทยาเปิดเผยว่า ในชั้นของคณะกรรมการธุรกรรมที่ผ่านมา ผู้ถูกกล่าวหาได้มีการยื่นคำร้องโต้แย้งเข้ามาแล้ว ทั้ง 4 คดี ดังกล่าว แต่คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าคำชี้แจงยังรับฟังไม่ขึ้น จึงมีมติให้ส่งสำนวนให้อัยการฟ้องคดีในที่สุด

 

วิทยายังกล่าวถึงกรณีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติว่า หากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ปปง. มีหน้าที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานสากล เช่น FBI หรือ ก.ล.ต. ของต่างประเทศ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วนที่สุด เพื่อสนับสนุนการทำงานของอัยการ

 

ทั้งนี้การกระทำความผิด ในคดีสำคัญ 4 รายคดี ที่มีการสั่งอายัดไว้ รวมมูลค่า ประมาณ 13,074 ล้านบาท ดังนี้

 

1. รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN หรือ เบน สมิธ และนางสาวแคทรียาฯ กับพวกได้หลอกลวงผู้เสียหาย มีข้อมูลเชื่อมโยง นายยิม เลียก และพบข้อมูลการทำธุรกรรม เชื่อมโยงไปยังนายเบน สมิธ ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน จำนวน 68 รายการ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์ เรือยอชท์ เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท ซึ่งรวมหุ้น BCP มูลค่าราว 6,000 ล้านบาท

 

2. รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก สำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบพบข้อมูลเครือข่ายการฉ้อโกงออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล เชื่อมโยง นายเฉิน จื้อ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจข้ามชาติในประเทศกัมพูชา จำนวน 96 รายการ เช่น ที่ดิน เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องประดับ รวมมูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท

 

3. รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก สืบเนื่องจากกรณีการจับกุมผู้กระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน จำนวน 89 รายการ เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท

 

4. รายคดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก กรณี กลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้น ผ่านกลุ่มไลน์ จำนวน 31 รายการ เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท

 

อนึ่ง ในรายคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising