×

สวนกระแสร้านญี่ปุ่นปิดตัว! Shichi กวาดรายได้ 300 ล้าน มั่นใจตลาดพรีเมียมยังโตต่อ กางแผนเข้าตลาดหุ้นใน 3 ปี

05.02.2026
  • LOADING...
รูปภาพร้านอาหารญี่ปุ่น Shichi และผู้บริหาร แสดงการเติบโตของรายได้ 300 ล้านบาทในตลาดพรีเมียม พร้อมแผนเข้าตลาดหุ้น

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและต้นทุนอย่างหนัก แต่ตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น ยังคงเป็นหนึ่งในหมวดที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แม้จะสวนทางจากผลสำรวจขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ที่ระบุว่า จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย ปี 2568 ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี โดยในภาพรวมคงเหลือจำนวน 5,781 ร้าน ลดลง 2.2% จากปีก่อนหน้าที่มี 5,916 ร้าน

 

“แม้ตัวเลขดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นการหดตัวในเชิงปริมาณ แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมองตรงกันว่า ภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่สัญญาณถดถอยของตลาด แต่เป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง จากเดิมที่เน้นการแข่งขันด้านราคาแต่วันนี้ได้เน้นแข่งขันด้านคุณภาพและประสบการณ์เป็นหลัก” ปพนธีร์ ชาญชนะโยธิน กรรมการบริหาร บริษัท ปั้นข้าว ปั้นรัก จำกัด หรือร้านอาหารญี่ปุ่น Shichi กล่าว

 

ปพนธีร์ฉายภาพต่อว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจเข้าร้านจากราคาและรสชาติเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานวัตถุดิบที่พรีเมียม เรื่องราวของแบรนด์ บรรยากาศ และประสบการณ์โดยรวม ซึ่งร้านที่จะสามารถไปต่อได้จะต้องมีตัวตนชัด และสามารถยกระดับคุณค่าของแบรนด์เพื่อครองพื้นที่ Top of mind ในใจผู้บริโภครุ่นใหม่ๆ

 

เช่นเดียวกับ Shichi ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นของตลาดร้านอาหารญี่ปุ่น มองว่า ตลาดอาหารญี่ปุ่นในไทยมีความแบ่งขั้วกันอย่างชัดเจน ทั้งร้านที่เริ่มจากราคาประหยัด ไปจนถึงร้านที่มีราคาสูง ซึ่งทุกๆ ร้านก็จะมีฐานลูกค้าแตกต่างกันไป

 

ส่วน Shichi เลือกวางตำแหน่งตนเองเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมียมสไตล์ฟิวชั่น ที่นำประสบการณ์จากการตระเวนชิมมาปรับใช้และ Mix & Match ให้เข้ากับผู้บริโภคไทย ปัจจุบันเปิดมาแล้ว 9 ปี โดยมีสาขาแรกที่ราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นร้านที่ออกแบบให้บรรยากาศใกล้เคียงร้านอาหารในญี่ปุ่น และหลังจากเปิดสาขาแรกได้ไม่นาน ก็ได้รับกระแสตอบรับเกินความคาดหมาย จากนั้นจึงตัดสินใจขยายสาขาไปแถวบางนาและพื้นที่อื่นๆ

 

ทำให้ปัจจุบันมีทั้งหมด 5 สาขา ร้านส่วนใหญ่จะอยู่นอกเมือง ยกเว้นสาขาล่าสุดที่เพิ่งเปิดให้บริการที่ Supalai Icon Sathorn ซึ่งนับเป็นสาขาแรกที่ขยายเข้าสู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ สาขานี้จะเน้นจับกลุ่มนักธุรกิจและชาวต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งหลังจากเปิดได้ไม่นานยอดขายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากเมนูซิกเนเจอร์ โดยเฉพาะ Shichi Roll ขึ้นแท่นเป็นเมนูขายดี ขายได้กว่า 2,000 จานต่อเดือน

 

“แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัว แต่แบรนด์แทบไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีความชัดเจนในการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย โฟกัสไปที่เป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูง และยังควบคุมจุดแข็งของแบรนด์ เริ่มตั้งแต่คุณภาพอาหาร ซึ่งไม่ใช่แค่รสชาติ แต่ต้องการให้ผู้บริโภคซึมซับถึงแก่นแท้ของอาหารญี่ปุ่น ตั้งแต่ปรัชญา วิธีคิด ไปจนถึงประสบการณ์บนโต๊ะอาหาร”

 

อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์โตได้ คือการบริหาร Supply Chain โดย Shichi มีบริษัทนำเข้าปลาเป็นของตัวเอง โดยนำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่นมาสัปดาห์ละ 3 ครั้ง โดยสัดส่วนวัตถุดิบในร้านจะนำเข้ากว่า 80% และอีก 20% เป็นวัตถุดิบในประเทศ ทั้งนี้แม้ต้องแบกรับต้นทุนที่ผันผวน เช่น ราคาแซลมอนที่มีบางช่วงปรับขึ้นสูง แต่ร้านเลือกที่จะไม่ปรับขึ้นราคา เพื่อรักษาฐานผู้บริโภคเอาไว้

 

อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นยังมีช่องว่างและโอกาสเติบโตอยู่มาก ดังนั้น ในปีนี้จึงมีแผนขยายเพิ่มเป็น 7 สาขา โดยมองไปในพื้นที่กรุงเทพกรีฑาและโซนเมืองอื่นๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของประชากร

 

แต่ถึงอย่างไรนั้นทุกสาขายังคงเลือกสร้างร้านแบบ Standalone เพราะจะได้มีพื้นที่กว้าง เพื่อทำห้องทานอาหารส่วนตัว และมีที่จอดรถ ซึ่งมองว่าร้านที่อยู่นอกศูนย์การค้าจะให้ประสบการณ์ลูกค้าได้ดีจากสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่กล่าวมา และในอนาคตอันใกล้ยังมีแผนขยายธุรกิจอาหารญี่ปุ่นรูปแบบใหม่ เช่น ร้านชาบูระดับพรีเมียม เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอด้วยเช่นกัน

 

เมื่อมาดูผลประกอบการในปีที่ผ่านมา Shichi มียอดขายราว 300 ล้านบาท และปี 2569 ตั้งเป้าเติบโตอย่างน้อย 20% พร้อมเป้าหมายอีก 3 ปีข้างหน้า อยากพาแบรนด์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมตัวและปรับโครงสร้าง โดยได้รวมทุกกิจการมาอยู่ภายใต้บริษัทเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานตลาดทุน

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising