×

เลือกตั้ง 2569 : ฝุ่นกลบเชียงใหม่ ส้มหวังจะแย่ง แดงก็จะทวง

05.02.2026
  • LOADING...
ประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมกิจกรรมเลือกตั้งและบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครในพื้นที่

หลังการเลือกตั้งปี 2566 เกิดความผันผวนอย่างหนักในจังหวัดเชียงใหม่ จาก ‘เมืองหลวงชินวัตร’ ที่กุมกระแสนิยมยาวนานตั้งแต่ไทยรักไทยจวบจนเพื่อไทย กลับถูกช่วงชิงไปโดย ‘พรรคสีส้ม’ ถึง 7 จาก 10 เก้าอี้ สส. ก้าวย่างต่อไปในสนามเลือกตั้ง 2569 ก่อนถึงเส้นชัยนี้ จึงเป็นการประชันกันระหว่าง ‘ความผูกพันเดิม’ ที่หมายจะทวงคืน และ ‘กระแสนิยมใหม่’ ที่มุ่งจะแย่งไปเพิ่ม

 

แม้พรรคเพื่อไทยจะมี ‘ทายาทชินวัตร’ เลือดเนื้อเชื้อไขคนที่ 3 มาชูธงนำ ทว่าจากผลสำรวจความนิยม ‘นิด้าโพล’ เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ชี้ว่า ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ยังห่างจาก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน อยู่มาก แต่คะแนนนิยมระดับพรรคกลับแคบลง เพื่อไทยกับพรรคประชาชนสูสีกว่าที่คิด

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

โจทย์สำคัญในอีกไม่กี่วันก่อนผลเลือกตั้งจะชี้ชะตา ค่ายแดงต้องยกระดับ ‘แบรนด์บุคคล’ ให้สูงขึ้นทัดเทียมกับคะแนนพรรคในท้องถิ่น ขณะที่ค่ายส้มเองต้องพยายามหล่อเลี้ยงความนิยมระดับชาติ ให้พัดพาจากที่ราบไปสู่ยอดดอยให้ได้ เพื่อ 7 เก้าอี้ที่ได้มา จะเพิ่มขึ้นและไม่ลดหายลงไป

 

ประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมกิจกรรมเลือกตั้งและบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครในพื้นที่ 1

ชาวเชียงใหม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ภาพ: พงศ์มนัส ทาศิริ

 

เทียบรุ่นรายเขต จับตาตัวแปรขั้วที่ 3

 

ทัพผู้สมัครของพรรคประชาชนหนนี้ ส่ง ‘แชมป์เก่า’ ลงป้องกันเก้าอี้ครบทั้ง 7 เขต รวมถึงเขตที่เคยพ่ายให้เพื่อไทยอย่างหวุดหวิด ก็ได้หวนคืนสนามชิงชัยอีกครั้ง ด้านเพื่อไทย ‘ยกเครื่อง’ ถอดบทเรียนจากความพ่ายแพ้ครั้งก่อน มี พิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ. เชียงใหม่ เป็นกุนซือหลักคัดตัวผู้เล่น หากเทียบศักยภาพรายเขตที่ดุเดือดระหว่างพรรคส้ม-แดง พร้อมพิจารณาตัวแปรเพิ่มเติม จะพอให้เห็นภาพทั้งจังหวัด

 

เขต 1 (อำเภอเมืองเชียงใหม่): หนนี้ เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู จากพรรคประชาชน ต้องออกแรงหนัก เพราะเพื่อไทยส่ง นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล อดีตรองนายก อบจ. เชียงใหม่ ลงทวงเก้าอี้ โดยมีทั้งตัวแทนบ้านใหญ่ ‘บุรณปกรณ์’ ฝั่งแดง เป็นลมใต้ปีก แถม แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลูกสาวคนเล็กของ ทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวแทน ‘ทัพหลวง’ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงด้วยตนเอง

 

ขณะเดียวกัน ไม่อาจมองข้ามปัจจัยตัวแปร เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ส่ง นารากร ติยายน อดีตผู้ประกาศข่าวผู้มีชื่อเสียง และชาวเชียงใหม่โดยกำเนิด สวมเสื้อสีฟ้าลงสนามในเขต 1 ด้วย ถือเป็นอีก 1 ทางเลือกสำหรับชาวนครพิงค์ที่อาจไม่นิยมส้ม-แดง ต้องจับตาว่าพรรคสีฟ้าจะมีโอกาสได้ สส. เชียงใหม่ คนแรกในรอบ 20 ปีหรือไม่

 

ประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมกิจกรรมเลือกตั้งและบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครในพื้นที่ 2

 

แพทองธาร ชินวัตร ลงพื้นที่กาดหลวง

ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย

ภาพ: พงศ์มนัส ทาศิริ

 

เขต 3 (อ.ดอยสะเก็ด, อ.แม่ออน, อ.สันกำแพง): ในเชิงสัญลักษณ์ เขตนี้มีอำเภอสันกำแพงซึ่งเป็นบ้านเกิดของ ‘ตระกูล’ ชินวัตร ที่พรรคเพื่อไทยหวงแหนเป็นพิเศษ ทว่ากลับถูกพรรคก้าวไกลคว้าชัยไปเมื่อปี 2566 ปีนี้ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ยังคงหวังป้องกันแชมป์ เสริมทัพด้วย ทัศนีย์ บูรณปกรณ์ ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเคยเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมครั้งอยู่เพื่อไทย มาช่วยเป็นกุนซือให้

 

พรรคเพื่อไทยเองไม่อาจประมาทได้ เป็นโอกาสให้ จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ลงสนามต่อกรกับคู่แข่งคนเดิมอีกครั้ง ที่ผ่านมาจักรพลแทบจะเป็นดาวรุ่งในเชียงใหม่ของค่ายแดง แต่เมื่อสอบตกเมื่อครั้งที่แล้ว พรรคยังได้มอบหมายให้ผลักดันร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดฯ จนได้บทบาทเป็นถึงประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายฯ นี้ เพื่อหวังเรียกแต้มจากเชียงใหม่ที่ประสบปัญหาฝุ่นพิษเรื้อรัง ทว่าผ่านมาถึง 3 นายกรัฐมนตรี กฎหมายก็ยังไม่แล้วเสร็จ จนล่าสุดคาอยู่ในชั้น สว. ก่อนยุบสภาฯ ไป จึงไม่อาจบอกได้ว่าจะกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนได้จริงหรือไม่

 

ประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมกิจกรรมเลือกตั้งและบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครในพื้นที่ 3

 

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน

ภาพ: พงศ์มนัส ทาศิริ

 

เขต 5 (อ.แม่แตง, อ.สะเมิง, อ.กัลยาณิวัฒนา, อ.แม่ริม): อีกหนึ่งพื้นที่ซึ่งเป็นแผลใจของเพื่อไทย เนื่องจาก จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ชนะในเขตนี้มาอย่างหวุดหวิดเพียง 277 คะแนน ครั้นเมื่อจุลพันธ์ขยับไปเป็น สส. บัญชีรายชื่อ จึงได้ส่ง อัจฉรารัตน์ นันทะเสน ลูกสาวนายก อบต. แม่สา มารักษาเก้าอี้ ส่วนพรรคประชาชนส่ง สมชิด กันทะยา (สจ. แดง) จากพรรคสีส้มที่พลาดเป้าไปในคราวก่อนเข้าท้าชิงอีกครั้ง

 

เขต 9 (อ.แม่วาง, อ.ดอยหล่อ, อ.จอมทอง): กลายเป็นศึก 3 เส้าที่เดือดพล่าน ระหว่าง ยงยุทธ์ ยาวิชัย หรือ สจ. นุ จากพรรคเพื่อไทย และ ฉัตรณพัฒน์ สมศักดิ์เกตุกร จากพรรคประชาชน ยังมีอีกขั้วเป็นคู่แข่งสำคัญ คือ นเรศ ธำรงคทิพยคุณ จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งเคยได้เป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้มีผลงานประจักษ์ชัด และอาจเป็นแต้มต่อที่เหนือกว่าขั้วสีแดงและสีส้ม

 

บารมีระดับท้องถิ่น กับกระแสแบบ Urbanized

 

การเลือกตั้งท้องถิ่นในพื้นที่เชียงใหม่ก็เป็นอีกตัวบ่งชี้ฐานเสียงของแต่ละพรรคได้ โดยเฉพาะล่าสุดเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การเลือกตั้งซ่อม ส.อบจ. ใน 3 พื้นที่ สืบเนื่องจากมี ส.อบจ. ลาออกไปลงสมัคร สส. 3 คน ประกอบด้วยพรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคเพื่อไทย 1 คน ทำให้แต่ละพรรคการเมือง รวมถึงผู้สมัครอิสระ ต่างลงสมัคร ส.อบจ. ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้

 

ผลการเลือกตั้งซ่อมมีความน่าสนใจ เมื่อพรรคเพื่อไทยสามารถชนะเก้าอี้ ส.อบจ. ได้ถึง 2 เขต คือ ส.อบจ. แม่แตง เขต 1 ที่มีจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นเจ้าของพื้นที่ และ ส.อบจ. จอมทอง ที่พรรคเพื่อไทยชนะเป็นสมัยแรก ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเป็นของนเรศ ธำรงคทิพยคุณ รัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรม ขณะที่พรรคประชาชนเองแม้จะส่งผู้สมัคร ส.อบจ. ลงแข่งทั้ง 3 เขต แต่ก็พ่ายแพ้ทั้งหมด โดยได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3 ทุกพื้นที่

 

ประชาชนชาวเชียงใหม่ร่วมกิจกรรมเลือกตั้งและบรรยากาศการหาเสียงของผู้สมัครในพื้นที่ 4

 

บรรดาผู้สนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ

ในวันรับสมัคร สส. เชียงใหม่ เมื่อ 29 ธันวาคม 2568

ภาพ: พงศ์มนัส ทาศิริ

 

ข้อมูลนี้อาจช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับพรรคเพื่อไทยได้ไม่มากก็น้อย เนื่องจากผลการเลือกตั้งระดับ ส.อบจ. แถมยังเป็นการเลือกตั้งซ่อม คะแนนเสียงที่ได้มาย่อมสะท้อนความนิยมของพรรคจากชาวเชียงใหม่ในระดับฐานราก หรือคนในพื้นที่จริงๆ ซึ่งยังคงความแน่นเหนียว

 

ถึงอย่างนั้นต้องไม่ลืมว่า ในการเลือกตั้ง สส. นั้น เสียงของชาวเชียงใหม่ส่วนใหญ่คือผู้ที่ย้ายไปทำงาน หรืออาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหรือจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งได้ซึมซับกระแสความนิยมของพรรคสีส้มจากศูนย์กลาง กล่าวคือกลุ่มคนเหล่านี้เองที่เดินทางกลับมาหย่อนบัตรที่เชียงใหม่ แล้วส่งให้พรรคก้าวไกลถึงฝั่งฝัน 7 เก้าอี้

 

การเลือกตั้งในจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ จึงเป็นสมรภูมิอันซับซ้อนและยากจะคาดเดา แม้ความเด่นชัดจะเป็นสีส้มปะทะสีแดง แต่ลึกลงไปยังหมายถึงการคัดง้างกันระหว่างความเป็นปึกแผ่นของฐานเสียงในระดับท้องถิ่น กับกระแสนิยมที่มาพร้อมกับสังคมเมืองแบบเชียงใหม่

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising