ไทยแนะอาเซียน ปรับแผนรับมือ ‘เมียนมาหลังเลือกตั้ง’ ใช้โอกาสนี้ดึงเมียนมากลับสู่กระบวนการอาเซียน

โดย THE STANDARD TEAM
29.01.2026
  • LOADING...
ภาพตัวแทนจากกลุ่มประเทศอาเซียนเข้าร่วมการประชุมหารือสถานการณ์ในเมียนมา

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AMM Retreat) ที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวานนี้ (28 มกราคม) โดยระบุว่าประเด็นสถานการณ์ในเมียนมาเป็นวาระที่สำคัญที่สุด ซึ่งไทยในฐานะ ‘รัฐด่านหน้า’ มีพรมแดนติดต่อและได้รับผลกระทบในทุกด้าน ได้แสดงบทบาทนำในการเสนอให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนปรับท่าทีให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลง ภายหลังจากเมียนมาได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

สีหศักดิ์ระบุว่า แม้ประชาคมโลกจะมองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ยังขาดกระบวนการปรองดอง โดยเฉพาะการพูดคุยกับพรรค NLD และกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ไทยเสนอว่า อาเซียน ‘ไม่ควรยอมรับเต็มตัว หรือปฏิเสธเสียทีเดียว’ โดยควรใช้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็น ‘จุดเริ่มต้น’ (Start of a Process) ในการดึงเมียนมากลับเข้าสู่กระบวนการของอาเซียนอีกครั้ง ผ่านกลไกการมีปฏิสัมพันธ์แบบ ‘ทางคู่’ (Two-Way Street) คือหากอาเซียนเริ่มมีปฏิสัมพันธ์เพิ่มขึ้น รัฐบาลเมียนมาต้องมีสิ่งตอบสนองที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดความรุนแรง หยุดการโจมตีทางอากาศ และเริ่มกระบวนการเจรจากับ NLD และกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่ม

 

“ไทยต้องกลับสู่จอเรดาห์และมีบทบาทนำในการขับเคลื่อนนี้ เพราะเราคือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เราต้องทำให้เกิดกระบวนการพูดคุยที่ครอบคลุม (Inclusive) และต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและความมั่นคงชายแดน” สีหศักดิ์กล่าว

 

รัฐมนตรีต่างประเทศยังระบุว่า ตัวแทนเมียนมาที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า หลังจากมีการจัดการเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างก็เรียบร้อยและพร้อมที่จะดำเนินการต่อ โดยมองว่าบทบาทของผู้แทนพิเศษอาเซียนอาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากรัฐบาลชุดใหม่จะสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้เอง

 

สีหศักดิ์เน้นย้ำว่า อาเซียนอยู่ในจุดสำคัญที่ต้องตัดสินใจว่าจะปรับบทบาทอย่างไรต่อเมียนมา หลังการเลือกตั้ง โดยไทยในฐานะประเทศด่านหน้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรงได้เตือนอาเซียนว่าต้องเร่งดำเนินการ

 

“หากอาเซียนไม่ขยับหรือปรับตัว อาจถูกผลักไปอยู่ขอบสนาม โดยมีมหาอำนาจอื่นอย่าง จีน รัสเซีย อินเดีย หรือสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทแทน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของอาเซียนในระยะยาว ที่สำคัญที่สุดคือการรักษาผลประโยชน์ของคนไทยและคนอาเซียน เราต้องเป็นฝ่ายขับเคลื่อนการแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง”

 

สีหศักดิ์เสนอให้ปฏิรูปผู้แทนพิเศษอาเซียนโดยมีวาระ 3 ปีเพื่อความต่อเนื่อง และต้องเป็นบุคคลที่รัฐบาลทหารเมียนมา ‘รับได้และรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยด้วย’ เพื่อสร้างความไว้วางใจและขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

.

 

นอกจากนี้ สีหศักดิ์ยังเปิดเผยว่าได้หารือทวิภาคีกับฝ่าย สปป.ลาวด้วย มีการหารือเกี่ยวกับโครงการสะพานมิตรภาพแห่งที่ 6 ต่อจากบึงกาฬ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งไปจีนและเวียดนาม พร้อมแสดงความยินดีกับโครงการ Power Grid ที่ส่งไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ผ่านไทยและมาเลเซีย ไปยังสิงคโปร์อีกด้วย

 

ภาพ: Jam Sta Rosa / Pool via Reuters

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising