วันนี้ (29 มกราคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมด้วย สกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และ อภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 3 (บางคอแหลม-ยานนาวา) ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน ที่ตลาดเสรี 2 เจริญกรุง
อภิสิทธิ์กล่าวถึงกระแสตอบรับของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่า จากการติดตามข้อมูลโพลเชิงลึกรายเขต พบว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์กระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายพื้นที่เขตเลือกตั้งมีโอกาสลุ้นชัยชนะได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกจากการลงพื้นที่จริงที่สัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นของประชาชน แม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสัดส่วนคะแนนจะมีความท้าทาย แต่ปัจจุบันฐานเสียงเดิมเริ่มกลับมาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นเรื่องยุทธศาสตร์การเลือกตั้งที่บางฝ่ายพยายามรณรงค์ให้เลือกเพื่อสกัดกั้นพรรคใดพรรคหนึ่งนั้น อภิสิทธิ์มองว่า หากวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงรายเขต การตัดสินใจเลือกตามธรรมชาติของฐานเสียงประชาธิปัตย์ที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์การเลือกตั้งให้สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของคนกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด
สื่อมวลชนถามว่า บางพรรคมีการเปิดตัวแคนดิเดตที่บอกว่า เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่เอาคนกลุ่มนั้นมาใช้ อภิสิทธิ์ตอบว่า เป็นสิทธิของแต่ละพรรคในการวางตัวบุคลากรหาเสียง อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นในแนวทางที่เน้น ‘บุคลากรที่มีประสบการณ์ทางการเมืองควบคู่กับความเชี่ยวชาญ’ เนื่องจากเชื่อว่าการผลักดันนโยบายให้สำเร็จในภาคบริหาร จำเป็นต้องมีคนที่เข้าใจกระบวนการทำงานทางการเมืองตั้งแต่ต้น เพื่อให้การบริหารจัดการราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
“สำหรับประชาธิปัตย์แนวทางของเรา เราเอาบุคลากรที่ทำงานการเมือง และร่วมทำนโยบายมา เราคิดว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้การทำงานเมื่อเข้าไปเป็นฝ่ายบริหารจะราบรื่นกว่า หลายครั้งผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามา ถ้าไม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการทางการเมืองตั้งแต่ต้น มักจะมีปัญหาในการที่ต้องไปบริหารจัดการในเรื่องการเมือง เพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ก็เป็นแนวคิดซึ่งแต่ละฝ่ายก็สามารถทำได้ ประชาธิปัตย์ก็เคยมีคนนอก แต่ว่าจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีบทบาทที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคก่อน” อภิสิทธิ์กล่าว
อภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยับเข้ามามีบทบาทในการกำหนดเพดานการเบิกถอนเงินสดเพื่อป้องกันการทุจริต โดยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการปราบปราม ‘ทุนเทา’ และธุรกรรมที่ผิดปกติมาโดยตลอด เพราะเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
“ผมดีใจที่ ธปท. ขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ การจัดการกับเส้นทางการเงินคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการปราบทุจริตเลือกตั้ง” อภิสิทธิ์กล่าว
พร้อมกันนี้ อภิสิทธิ์ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่ผิดปกติในช่วงเลือกตั้ง พร้อมเตือนว่าหากรอตรวจสอบเพียงแค่หลังการเลือกตั้ง อาจเป็นเรื่องยากในการหาพยานหลักฐาน กกต. จึงต้องกล้าใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


