×

ถอยเพื่อรุก? เจาะลึกดีล Sony x TCL เมื่อญี่ปุ่นยอมทิ้ง ‘โรงงาน’ ให้จีน แลกความอยู่รอดในสมรภูมิราคา

26.01.2026
  • LOADING...
โลโก้ Sony สีขาวบนพื้นหลังสีดำ

Sony Corporation ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำจากญี่ปุ่น ได้เปิดเผยแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และรับมือกับสภาวะตลาดที่มีการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น

 

แผนดังกล่าวประกอบด้วยการประกาศแยก ‘ธุรกิจทีวี’ ออกมา เพื่อจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ TCL Technology ผู้ผลิตทีวียักษ์ใหญ่จากประเทศจีน

 

ในกิจการร่วมทุนดังกล่าว TCL จะถือหุ้นในบริษัท 51% ส่วน Sony จะถือหุ้น 49%

 

TCL ถือหุ้น 51% จะเข้ามาดูแลการดำเนินงานทั้งหมด ตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดการซัพพลายเชน จนถึงโลจิสติกส์ โดย TCL มีข้อได้เปรียบสำคัญในด้าน Economies of Scale และต้นทุนการผลิตจอภาพที่ต่ำกว่า

 

Sony ถือหุ้น 49% จะเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ผลิต มาเป็นผู้กำหนดทิศทางของแบรนด์และเทคโนโลยี โดยยังคงเป็นเจ้าของสิทธิ์ในแบรนด์ BRAVIA และมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีหลัก (Core Technology) เช่น โปรเซสเซอร์ประมวลผลภาพและเสียง รวมถึงการเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ใน กลุ่มสินค้าระดับพรีเมี่ยม

 

นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือกลยุทธ์ ‘ถอยเพื่อรุก’ ของ Sony เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในตลาดโลก

 

ลดต้นทุนคงที่ (Fixed Cost): การโอนถ่ายโรงงานและการผลิตไปให้ TCL ช่วยให้ Sony ปลดภาระสินทรัพย์หนัก และลดความเสี่ยงจากสงครามราคาในตลาด Mass Market ที่แบรนด์จีนและเกาหลีตีตลาดอย่างหนัก

 

โฟกัสที่ High Value: Sony จะสามารถทุ่มทรัพยากรด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีภาพและเสียงระดับพรีเมียม (High-end) เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเหนือราคา (Quality over Price) โดยไม่ต้องเข้าสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดทั่วไป

 

การปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ: นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของแบรนด์ญี่ปุ่น จาก ‘ผู้ผลิต’ ไปสู่การเป็น ‘เจ้าของ’ สินทรัพย์ทางปัญญาและ แบรนด์ อย่างเต็มตัว ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่พบเห็นได้ทั่วไปในอุตสาหกรรมอื่น ๆ

 

ทั้งสองบริษัทจะบรรลุ ข้อตกลงขั้นสุดท้าย ภายในเดือนมีนาคม ปี 2026 โดยคาดว่าบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่จะเริ่มดำเนินงาน อย่างเป็นทางการ ในเดือนเมษายน ปี 2027

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือ การรักษามาตรฐานคุณภาพของแบรนด์ BRAVIA ภายใต้ฐานการผลิตใหม่ ซึ่งการปรับตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มในอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารแบรนด์และความเชี่ยวชาญเฉพาะ มากกว่าการเป็นผู้ผลิตเอง เพื่อให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโทรทัศน์ทั่วโลก แม้ว่าความต้องการหน้าจอขนาดใหญ่และความละเอียดสูงจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงผลักดันจากบริการสตรีมมิ่งที่กำลังเติบโต ผู้ผลิตชาวจีน เช่น TCL, Hisense และ Xiaomi ได้ขยายธุรกิจไปต่างประเทศอย่างแข็งขัน โดยใช้ขนาดและประสิทธิภาพด้านต้นทุนเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด

 

การเติบโตที่ชะลอตัวในตลาดที่เติบโตเต็มที่ได้ทำให้การแข่งขันด้านราคาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้กำไรของแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ก่อตั้งมานานลดลง สิ่งนี้บังคับให้หลายบริษัทต้องทบทวนรูปแบบธุรกิจและปรับโครงสร้างการดำเนินงานเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน

 

ผู้ผลิตชาวญี่ปุ่นซึ่งเคยครองตลาดโทรทัศน์ระดับโลกได้ทยอยออกจากธุรกิจไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและกำไรลดลงอย่างมาก บริษัท Sharp ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัท Hon Hai Precision Industry ของไต้หวัน หรือที่รู้จักกันในชื่อ Foxconn ในปี 2016 หลังจากประสบปัญหาในธุรกิจโทรทัศน์ ขณะที่ Toshiba ขายหน่วยธุรกิจโทรทัศน์ให้กับ Hisense ของจีนในปี 2018

 

Hitachi ถอนตัวจากการขายโทรทัศน์ในประเทศในปี 2018 เช่นกัน Panasonic ก็ตัดสินใจลดการผลิตโทรทัศน์ลง โดยถอนตัวจากการผลิตในญี่ปุ่น อินเดีย เวียดนาม และบราซิลในปี 2021 และในยุโรปภายในปี 2022

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Sony ได้ปรับเปลี่ยนตัวเองจากผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบดั้งเดิมไปสู่บริษัทด้านความบันเทิงและคอนเทนต์ระดับโลก เนื่องจากอัตรากำไรจากฮาร์ดแวร์ลดลง โดยใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาในด้านเกม ภาพยนตร์ และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพื่อขับเคลื่อนการเติบโต

 

ภาพ: Sony

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising