รัสเซียและยูเครนเปิดโต๊ะเจรจายุติสงครามอย่างเป็นทางการ ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ แต่ยังไร้สัญญาณประนีประนอม โดยมี ‘ดินแดน’ คือหัวใจสำคัญในการต่อรอง ท่ามกลางวิกฤตพลังงานของยูเครนที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่สงครามดำเนินมาเป็นระยะเวลา 4 ปี
เมื่อคืนนี้ (23 มกราคม) ผู้แทนรัสเซียและยูเครนเปิดฉากการเจรจาเพื่อยุติสงคราม ขณะที่สหรัฐอเมริกาเป็นตัวกลางอำนวยความสะดวก ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยการเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้น 1 วันหลัง โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน พบ โดนัลด์ ทรัมป์ในการประชุม World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ เข้าพบ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียในเครมลิน
เซเลนสกีย้ำว่า ข้อพิพาททางด้านดินแดนคือประเด็นสำคัญในการหรือ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รัสเซียต้องยุติสงครามที่เป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ซึ่งขณะนี้ เขาเปิดเผยในทาง Telegram ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลการเจรจา
คาดกันว่า ประเด็นดินแดนจะเป็นหัวใจหลักของการต่อรอง โดยปูตินเรียกร้องให้ยูเครนยอมสละพื้นที่ราว 20% ของแคว้นโดเนตสค์ในภูมิภาคดอนบาส ขณะที่เซเลนสกีปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว ท่ามกลางผลสำรวจความคิดเห็นที่ชี้ว่า ชาวยูเครนส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนการยอมสละดินแดน
ทั้งนี้ สำนักข่าว TASS สื่อภายใต้รัฐบาลรัสเซียรายงานว่า การหารือในอาบูดาบียังครอบคลุมถึงแนวคิดเรื่องเขตกันชน และกลไกการตรวจสอบติดตามสถานการณ์ โดยก่อนหน้านี้ ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกเครมลินระบุว่า การที่รัสเซียยืนกรานให้ยูเครนยอมยกดินแดนในภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด และแคว้นโดเนตสค์อีก 20% ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเจรจาอย่างยิ่ง
ด้าน ยูรี อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของเครมลิน ซึ่งเข้าร่วมการหารือระหว่างปูตินกับวิตคอฟฟ์ออกมาระบุว่า รัสเซียไม่สามารถยุติความขัดแย้งกับยูเครนในระยะยาวได้ หากไม่แก้ไขปัญหาเรื่องดินแดน
ขณะที่ รุสเตม อูเมรอฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงและกลาโหมแห่งชาติยูเครน และหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจา เปิดเผยว่า การหารือในอาบูดาบีได้พูดถึงกรอบเงื่อนไขในการยุติสงคราม และแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการเจรจาในระยะต่อไป
อย่างไรก็ดีมีรายงานว่า การหารือระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยผู้นำยูเครนมีท่าทีผ่อนคลายและยิ้มแย้มมากกว่าที่เคย พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า การเจรจาที่เมืองดาวอสเป็นไปในทางบวก และหวังว่า สหรัฐฯ จะเพิ่มการสนับสนุนระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อรับมือกับการโจมตีอย่างต่อเนื่องของรัสเซีย
อนึ่ง ยูเครนกำลังเผชิญกับช่วงเวลายากลำบากครั้งสำคัญ หลังรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ส่งผลให้หลายเมืองใหญ่เผชิญวิกฤตไฟฟ้าและระบบทำความร้อนขัดข้อง ขณะที่อุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
แม็กซิม ทิมเชนโก หัวหน้าบริษัทผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดของยูเครนระบุผ่าน Reuters ว่า สถานการณ์กำลังเข้าใกล้ ‘หายนะด้านมนุษยธรรม’ และยูเครนจำเป็นต้องบีบให้รัสเซียยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
ขณะที่รัฐมนตรีพลังงานของยูเครนออกแถลงการณ์ว่า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศกำลังเผชิญวันที่ยากลำบากที่สุด นับตั้งแต่เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในเดือนพฤศจิกายน 2022
ภาพ: Hamad Al Kaabi/UAE Presidential via Reuters
อ้างอิง:


