×

กระทรวงพาณิชย์คาดการส่งออกปีนี้หดตัว 1% หวั่นเงินบาทกระทบสินค้าเกษตรและ SMEs

23.01.2026
  • LOADING...
กราฟแสดงมูลค่าการส่งออก การนำเข้า และดุลการค้าของไทยในปี 2568 พร้อมปัจจัยขับเคลื่อนและผลกระทบ

กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์การส่งออกปีนี้หดตัว 1% บนสถานการณ์ใกล้เคียงเดิม แต่อาจติดลบได้ถึง 3.1% หากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น ขณะที่การแข่งค่าของเงินบาทอาจกระทบสินค้าเกษตรและการแข่งขันของ SMEs

 

นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกของไทยปี 2569 จะได้รับอิทธิพลจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ปัจจัยแรกคือวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะดำเนินต่อเนื่องหรือไม่ ถ้ายังดำเนินต่อไปจะเป็นบวกกับการส่งออกของไทย

 

“ส่วนปัจจัยที่สองซึ่งเป็นเรื่องที่ผมเป็นกังวลมากคือ Geopololitics ที่แกว่งมาก เปลี่ยนเร็วมาก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การบวกลบคาดเดาไม่ได้ถูกต้อง 100%”

 

สำหรับคาดการณ์แนวโน้มการส่งออกทั้งปี 2569 คาดว่าจะอยู่ในกรอบ -3.1% ถึง +1.1% โดยแบ่งการคาดการณ์เป็น 3 กรณีที่แตกต่างกัน

 

  • กรณีแรก คาดการณ์ส่งออก -3.1% หากภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้น
  • กรณีที่สองซึ่งเป็นกรณีฐาน คาดการณ์ส่งออก -1% หากสถานการณ์ใกล้เคียงเดิม คือการนำเข้ากลับสู่ภาวะปกติ แต่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงเล็กน้อยจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เงินบาทยังแข็งค่า และการส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าน้ำมันไม่ได้สูงมาก
  • กรณีที่สาม คาดการณ์ส่งออก +1.1% หากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ดีขึ้น การลงทุนของต่างชาติเริ่มเห็นผล และมาตรการภาครัฐช่วยให้สินค้าเกษตรส่งออกดีขึ้น

 

ส่วนการรับมือกับประเด็นความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้องเน้นสองส่วนสำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดคือ สร้างสมดุลของประเทศไทยในการเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งกับประเทศขนาดใหญ่และประเทศที่ใกล้ไทย

 

ถัดมาคือการนำตัวเองไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่เกิดผลกับประเทศไทย ทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งภูมิศาสตร์ของไทยเป็นจุดเชื่อมโยงจากประเทศซีกโลกเหนือลงมาซีกโลกใต้

 

นันทพงษ์ย้ำว่า “เงินบาทและ geopolitics เป็นสองเรื่องสำคัญ เงินบาทแข็งค่ามาก ผลกระทบสำคัญสิ่งแรกคือสินค้ามาร์จินต่ำ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรเป็นความท้าทายในปีนี้ของการส่งออกไทย ส่วนผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องคือทำให้การนำเข้าสินค้าราคาต่ำลง จะกระทบกับการแข่งขันของ SME ในประเทศ”

 

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าเงินบาทน่าแกว่งตัวอยู่บริเวณกว่า 31 บาทต่อดอลลาร์ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ 1.การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) 2.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะแข็งค่าหรืออ่อนค่าลง และ 3.ภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงขึ้นหรือไม่ และทำให้เกิดการไหลไปลงทุนในสินทรัพย์มั่นคงอย่างทองคำ เพิ่มขึ้นหรือไม่

 

การส่งออกทองคำทั้งปี 2568 ที่ผ่านมา มูลค่าเพิ่มขึ้น 48.5% ขณะที่ปริมาณการส่งออกก็เพิ่มขึ้น 8.4% โดยการส่งออกทองคำคิดเป็นสัดส่วน 3.8% ของการส่งออกทั้งหมด สัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 2.7% เมื่อปี 2567 ขณะที่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา การส่งออกทองคำเพิ่มขึ้นสูงมากถึง 148.4% เป็นผลโดยตรงจากเรื่องภูมิรัฐศาสตร์

 

ส่งออกไทยโต 18 เดือนรวด

 

สถิติการส่งออกของไทยที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 18 เดือนติดต่อกัน ตั้งแต่กลางปี 2567 ส่วนทั้งปี 2568 เพิ่มขึ้น 12.9% เติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปี มูลค่ารวม 3.39 แสนล้านดอลาร์ หลังเดือนธันวาคมขยายตัว 16.8% ส่วนดุลการค้าทั้งปีติดลบ 5.3 พันล้านดอลลาร์

 

กระทรวงพาณิชย์คาดการส่งออกปีนี้หดตัว 1% หวั่นเงินบาทกระทบสินค้าเกษตรและ SMEs

การค้าระหว่างประเทศปี 2568

 

แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง ในขณะที่

 

การส่งออกสินค้าเกษตรอยู่ในภาวะหดตัวจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ทั้งนี้ การส่งออกทั้งปี 2568 ขยายตัวที่ 12.9% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 14%

 

การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทุกตลาด หนุนโดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐฯ ที่ขยายตัวสูงต่อเนื่อง และการกลับมาขยายตัวของตลาดหลักและตลาดรองอื่น ๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่น และตะวันออกกลาง

 

ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัว 32% ในปี 2568 และขยายตัวต่อเนื่อง 27 เดือน สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่นๆ

 

ส่วนตลาดจีน ทั้งปี 2568 ขยายตัว 12.6% สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ทองแดงและของทำด้วยทองแดง ยางพารา และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เม็ดพลาสติก ข้าว และเคมีภัณฑ์

 

ขณะที่การนำเข้าทั้งปี 2568 สูงสุดรอบ 3 ปี คิดเป็นมูลค่า 3.44 แสนล้านดอลลาร์ เกิดจากการนำเข้าสินค้า 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ทองคำ และวัตถุดิบ เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วน 40% 2.สินค้าทุน เช่น เครื่องจักรกล เครื่องจักรไฟฟ้า เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วน 30% และ 3.สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และเวชภัณฑ์ เป็นต้น คิดเป็นสัดส่วน 12.4%

 

โดยภาพรวมดุลการค้าปี 2568 กับสองคู่ค้าสำคัญคือสหรัฐฯ เกินดุล 51,361.4 ล้านดอลลาร์ ส่วนจีนขาดดุล 67,892.8 ล้านดอลลาร์

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising