ในระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม เกิดประเด็นถกเถียงขึ้นในสังคมกรณีการนำงบประมาณจากกองทุนประกันสังคม มูลค่าราว 12 ล้านบาท มาใช้ในการปรับปรุงอาคารโรงอาหารภายในกระทรวงแรงงาน สืบเนื่องจากการตั้งข้อสังเกตของ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ ชลิต รัษฐปานะ จากทีมประกันสังคมก้าวหน้า
ทั้ง 2 คน ได้เปิดเผยข้อมูลความผิดปกติของการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคมดังกล่าว โดยชี้ว่า การตัดหรือลดการใช้งบประมาณจากกองทุนประกันสังคมราว 2,000 ล้านบาท รวมทั้งโครงการที่ใช้เงินจากกองทุนฯ มาใช้จ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะการสร้างโรงอาหารภายในกระทรวงแรงงาน
สำหรับโรงอาหารดังกล่าว เป็นโครงการที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2561 ในสมัย พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์เผยว่า ได้ใช้งบประมาณจากกองทุนประกันสังคมราว 12 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงให้โรงอาหารให้เหมือนกับโรงอาหารในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง
นำมาสู่การตั้งคำถามว่า การนำเงินของผู้ประกันตนมาปรับปรุงสถานที่ราชการนั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากเป็นการนำเงินกองทุนมาใช้แทนงบประมาณแผ่นดินที่ควรใช้ในโครงการของรัฐทั่วไป ซึ่งปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ต่อมาวันที่ 21 มกราคม กระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า โครงการนี้ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2561 ผ่านการพิจารณา อนุมัติ และตรวจสอบตามกฎหมายจากทั้งคณะกรรมการประสังสังคม และหน่วยงานด้านงบประมาณ รวมถึงขออนุญาตใช้พื้นที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์อย่างถูกต้องแล้ว
กระทรวงแรงงานยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 3 รับผิดชอบเขตดินแดง พญาไท ราชเทวี และห้วยขวาง ครอบคลุมผู้ประกันตนเกือบ 6 แสนคน และนายจ้างกว่า 1 หมื่นราย โดยมีผู้มาติดต่อราชการเฉลี่ยวันละ 300-400 คน ซึ่งในขณะนั้นพื้นที่ดังกล่าวไม่มีโรงอาหารรองรับประชาชนอย่างเพียงพอ โครงการดังกล่าวถูกจัดให้เป็นสวัสดิการสาธารณะไม่แสวงหากำไร จำหน่ายอาหารราคาย่อมเยา เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้แก่ทั้งผู้ประกันตน ประชาชน และข้าราชการในพื้นที่

















