วันนี้ (13 มกราคม) เวลา 19.10 น. ที่ลานหน้าที่ว่าการอำเภอคลองท่อม อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงการประเดิมลงพื้นที่หาเสียงครั้งแรก ในพื้นที่ภาคใต้จังหวัดกระบี่และภูเก็ตวันนี้ว่า อย่าบอกว่าเป็นการประเดิมเลย เพราะตนก็ไปทุกภาคช่วยผู้สมัครหาเสียง และได้รับความมั่นใจจากพี่น้องประชาชน ทุกที่ที่ไปได้รับการตอบรับที่ดี จากประชาชน ได้รับรอยยิ้ม ซึ่งดูจากการแสดงออกตนก็มั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ในการเลือกตั้งครั้งนี้
ส่วนการลงพื้นที่ภาคใต้ในรอบนี้ จะไม่ใช่งานหินใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า มันหินหมดที่ไหนก็หินหมด แม้กระทั่งบุรีรัมย์ก็หิน เราอย่าไปคิดว่าเป็นของตาย เพราะในทางการเมืองหากเรา ไม่สามารถทำให้ โหวตเตอร์ ของเรา เกิดความมั่นใจ โอกาสที่จะถูกชิงตำแหน่งไปก็มีสูงมาก ดังนั้นเราต้องมีความใกล้ชิด และเป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องคัดเลือกผู้สมัคร ที่เข้าใจพี่น้องประชาชน ว่าทำงานสไตล์ภูมิใจไทยรักชาติรักแผ่นดินเกิด รักประชาชน
ส่วนที่ก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าไว้ในพื้นที่ภาคใต้ 30 ที่นั่งยังมั่นใจใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่ากลัวพร้อมหัวเราะ ก่อนจะบอกว่าเราตั้งเป้าในทุกเขต เราไม่ได้ส่งผู้สมัครไปเพื่อให้เต็มเขต ซึ่งผู้สมัครที่กว่าจะผ่านการคัดเลือกจากพรรค ก็ต้องผ่านไพรมารี่โหวตมาแล้ว เราจะไปดูถูกประชาชนไม่ได้ ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องลง หากไม่พร้อมเราก็ไม่ส่ง
เมื่อถามว่า สนามจังหวัดกระบี่พรรคภูมิใจไทย ถือว่าไร้เทียมทานใช่หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า กระบี่พรรคภูมิใจไทย ได้สส.ยกจังหวัดมาเมื่อปี 2566 ซึ่งกระบี่ก็โตมาพร้อมกับพรรคภูมิใจไทย ทุกการเลือกตั้งชาวกระบี่ให้สส.กับพรรคภูมิใจไทย จนตอนนี้ได้มา 3 คนจึงถือเป็นจังหวัดที่ สำคัญกับพรรคภูมิใจไทย เป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่ภูมิใจไทยได้ยกจังหวัด และนี่เป็นเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องให้คนมาดูแลพี่น้องชาวกระบี่ คือ ศศิธร กิตติธรกุล ให้ตัวแทนของพี่น้อง ชาวกระบี่มาบริหารราชการแผ่นดิน
ส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้ไปสนทนาธรรมกับพระเทพวชิรากร หรือ พระอาจารย์ชัย รองเจ้าคณะภาค 17 และรักษาการรักษาการเจ้าอาวาสวัดถ้ำเสือ ได้เจิมอะไร เพื่อเป็นสิริมงคลหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะก่อนจะตอบว่าไม่มี ซึ่งเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์ชัย มา 10 ปีแล้ว ท่านใจดี เมตตาตนมา ตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ด้วยซ้ำ
ส่วนที่พระอาจารย์ชัยมีชื่อเสียงด้านเมตตามหานิยมนั้นได้ขออะไรหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า มันต้องอยู่ที่เจ้าตัวด้วยถ้าเรามีจิตใจคิดคดทุจริต จิตใจเหี้ยมโหด และไปให้อาจารย์เป่าหัว คนที่จะมาเมตตาก็ไม่มีหรอก เราต้องจริงใจและมีจิตใจที่ดี มีจิตใจมองโลกในแง่ดี และหวังว่าพี่น้องประชาชนจะให้ความเมตตา
เมื่อถามว่า ระหว่างลงพื้นที่มีแต่คนเมตตา เข้ามาทักทายใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ตนไม่ได้เป่ากระหม่อมอย่างเดียวแต่ได้เสกทองเข้าหน้าผากด้วย
เมื่อถามว่าพระอาจารย์ชัยได้อวยพรให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า ท่านให้พรทุกคน ท่านเป็นพระเลือกพรรคไม่ได้ ใครมาท่านก็เจิมให้หมด เพื่อเป็นสิริมงคลและขวัญกำลังใจ
ส่วนระหว่างหาเสียงที่ตลาดต้นปาล์ม มีแม่ค้าชาวมุสลิมมาให้พรเป็นนายกฯต่อ นั้น อนุทินยอมรับว่ารู้สึกดี ขนลุกเลย เพราะนี่คือความเมตตาความจริงใจของพี่น้องชาวกระบี่ เพราะความเมตตามหานิยมไม่ได้มีเฉพาะพระพุทธศาสนา มันอยู่ที่ใจความหวังดีความปรารถนาดี คือเมตตามหานิยม
อนุทินยังกล่าวถึงกรณีรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน พาดพิงว่าอนุทินโหนกระแสคำพูดรัฐมนตรีของกัมพูชาเพื่อเรียกคะแนนนิยม ว่า รังสิมันต์ โรม คงรู้สึกหวั่นไหว แต่หากมั่นใจว่าทำทุกอย่างเพื่อประเทศไทยและประชาชนคนไทย ก็ไม่ควรหวั่นไหว ทั้งที่เวลาอยู่ในสภาพูดเก่งพูดกาจ แต่เรื่องนี้กลับหวั่นไหว
อนุทินกล่าวต่อว่า ขอให้เอาแบบอย่างพรรคภูมิใจไทย ที่พูดแต่เรื่องซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่จำเป็นต้องพูดว่าคนอื่นหรือพรรคอื่น ให้เปลืองพื้นที่สมองของประชาชน ควรพูดว่าจะทำอะไรให้กับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองและนักการเมืองที่ดีควรทำ และรังสิมันต์ควรทำตามแบบอย่างนี้
เมื่อถามว่า รังสิมันต์ โรม ระบุว่ารู้สึกผิดหวังที่มีการนำเรื่องนี้มาใช้เรียกคะแนนนิยม อนุทินกล่าวว่า ให้ไปดูตัวเองให้ดีก่อนว่าทำอะไรอยู่ สนิทกับใครบ้างตั้งเยอะแยะ ตนไม่เคยพูดอะไรที่เป็นการดิสเครดิต วันนี้ต่างคนต่างทำงานเพื่อประชาชน เอาสิ่งที่อยากทำให้ประชาชนมาพูด โดยไม่ต้องให้ร้ายหรือกล่าวด้อยค่าคนอื่น ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับมารยาทด้วย
เมื่อถามว่า รังสิมันต์ โรม พูดในลักษณะนี้เพราะกลัวพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อนุทินตอบสั้น ๆ ว่า “ก็คงเป็นอย่างนั้น”


