วันนี้ (17 กรกฎาคม) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร นำคณะเดินทางศึกษาดูงานและหารือข้อราชการร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยมี มณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้การต้อนรับ เพื่อหารือแนวทางสร้างความร่วมมือในการยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ
อาสพลธ์ เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง กมธ.ป.ป.ช. และ สตง. โดยเฉพาะการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวมถึงการประสานงานด้านคดีความที่ สตง. ตรวจสอบแล้วเสร็จและมีความเห็นว่าควรส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดีอาญาต่อไป
ทั้งนี้ ได้ขอให้ สตง. จัดส่งเจ้าหน้าที่เพื่อทำหน้าที่ประสานงานระหว่างสองหน่วยงานโดยตรง เพื่อให้การรับเรื่องร้องเรียน การตรวจสอบข้อเท็จจริง และการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ เป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดความล่าช้าในการช่วยเหลือประชาชน
อาสพลธ์ กล่าวว่า สำหรับกระบวนการตรวจสอบและพิจารณาคดี สตง. มีกรอบระยะเวลาการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี หากเป็นกรณีที่มีความซับซ้อนสามารถขยายระยะเวลาได้ไม่เกิน 2 ปี และอยู่ภายใต้กรอบระยะเวลาสูงสุดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไม่เกิน 5 ปี
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงข้อจำกัดของ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการกำกับดูแลการใช้งบประมาณภาครัฐ โดย สตง. เห็นว่าควรมีการปรับปรุงแก้ไขให้มีความครอบคลุม ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและป้องกันช่องว่างที่อาจนำไปสู่การทุจริต
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า ได้ขอให้ สตง. จัดส่งข้อเสนอแนะและประเด็นที่เห็นควรปรับปรุงมายัง กมธ.ป.ป.ช. เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาจัดทำร่างแก้ไขกฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ก่อนเสนอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป
“คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ประชุมอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ แม้ในช่วงปิดสมัยประชุม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เราให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ โดยยึดหลักความถูกต้อง เป็นธรรม และพิจารณาตามลำดับขั้นตอน เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการทุจริตอย่างเต็มที่ เราเข้าใจหัวอกคนที่เดือดร้อน เมื่อเขาหนีมาพึ่ง เราจะเป็นน้ำเย็นให้กับคนที่เดือดร้อน” ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าว.


