×

พิพัฒน์ เผย ครม. อนุมัติเงินเพิ่มสภาพคล่อง ขสมก. ชี้ต้องหยุดขาดทุนภายใน 7 ปี เน้นระบบเช่า ลดภาระหนี้

โดย THE STANDARD TEAM
13.01.2026
  • LOADING...
พิพัฒน์ เผย ครม. อนุมัติเงินเพิ่มสภาพคล่อง ขสมก. ชี้ต้องหยุดขาดทุนภายใน 7 ปี เน้นระบบเช่า ลดภาระหนี้

วันนี้ (13 มกราคม) พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวงเงินประมาณ 9,100 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่มีการขอวงเงินเสริมสภาพคล่อง โดยการแก้ปัญหาในระยะต่อไปได้หารือกับผู้อำนวยการ ขสมก. ถึงแผนการปรับเปลี่ยนรถโดยสารทั้งหมดให้เป็นรถไฟฟ้า (EV) เชื่อมั่นว่าหากปรับเปลี่ยนได้ครบถ้วนจะสามารถถึงจุดคุ้มทุน (Break-even point) ได้ภายใน 5-7 ปี

 

พิพัฒน์กล่าวว่า หัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาของ ขสมก. คือการเปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นเจ้าของรถเองมาเป็นการเช่ารถทั้งหมด ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าซ่อมบำรุงและค่าอะไหล่ที่เคยเป็นปัญหาหลัก โดยให้บริษัทผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบดูแลรถแทน นอกจากนี้ จะมีการเปลี่ยนระบบเก็บค่าโดยสารเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทำให้ลดต้นทุนเรื่องพนักงานลงไปได้

 

ส่วนของความคืบหน้าการจัดหารถนั้น พิพัฒน์กล่าวว่า การประมูลรถเมล์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ได้ข้อยุติและจบกระบวนการเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มรับมอบรถล็อตแรกในปี 2570 และล็อตที่สองอีก 800 คัน เพื่อทดแทนรถระบบสันดาปเดิมในปี 2571

 

ทั้งนี้ ได้มอบนโยบายให้ ขสมก. ไปบริหารจัดการจำนวนรถใหม่โดยตั้งเป้าลดจากปัจจุบันที่มีกว่า 2,800 คัน ให้เหลือประมาณ 2,300 คัน ที่เป็นรถใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงได้มากกว่า 60% เมื่อเทียบกับน้ำมัน

 

“เราต้องดูว่าเมื่อได้รับรถใหม่มาแล้ว รถ NGV อีกประมาณ 400 คัน ยังมีความจำเป็นหรือไม่ หากรถใหม่ 2,300 คัน เพียงพอก็สามารถจำหน่ายรถเก่าออกไปได้เลยเพื่อเซฟงบประมาณ” พิพัฒน์กล่าว

 

สำหรับประเด็นโครงการรถไฟความเร็วสูงภาคตะวันออกที่พรรคประชาชนได้มีข้อเสนอว่าควรมีการสร้างรถไฟทางคู่เพื่อเพิ่มความเร็วของรถไฟในการเดินทางไปถึง จังหวัดตราด พิพัฒน์กล่าวว่า โครงการนี้รัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธแนวคิด แต่ได้มีการดึงเอกชนมาร่วมลงทุนในโครงการไฮสปีดเทรนเพื่อเชื่อมต่อ 3 สนามบิน และพื้นที่อู่ตะเภาแล้ว แม้จะมีข้อเสนอให้ปรับเป็นรถไฟทางคู่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าต้องพิจารณาตามโครงการที่ได้เชิญชวนเอกชนไว้เพื่อให้เดินหน้าต่อได้ ส่วนการขยายเส้นทางไปยังจังหวัดตราดนั้น จะต้องมีการศึกษาความคุ้มค่าอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าความชัดเจนในเชิงนโยบายการขยายตัวจะเกิดขึ้นภายหลังจากการเลือกตั้ง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising