คลังเตรียมเสนอ ครม. เปิดทางให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่ราว 6 ล้านคน เข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60:40’ 21 กรกฎาคมนี้ โดยใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท พร้อมยอมรับว่าฐานข้อมูลที่ใช้คัดกรองสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่อาจมีความคลาดเคลื่อน และยืนยันพร้อมแก้ไขเพื่อให้ผู้เปราะบางจริงได้รับสิทธิ
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (17 กรกฎาคม) วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาเปิดโอกาสให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมที่ ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองรอบใหม่ประมาณ 5.5 ล้านคน รวมถึงผู้ที่ ไม่ได้ลงทะเบียนใหม่อีกประมาณ 5 แสนคน รวมราว 6 ล้านคน สามารถเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส 60:40’ ได้
โดยผู้ที่อยู่ในกลุ่มดังกล่าวจะต้องลงทะเบียนเพื่อยืนยันสิทธิด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยังไม่ได้กำหนดวันเปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ วินิจระบุว่า การขยายสิทธิให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จะใช้งบประมาณจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท และต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (คกง.) ซึ่งมีการประชุมไปแล้วเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สำหรับประชาชนกลุ่มอื่นที่ลงทะเบียนผ่านฐานข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) หากไม่ผ่านเกณฑ์ จะมีกลไกช่วยเหลือผ่าน คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และกองทุนเงินทุนประกอบอาชีพ เพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่อไป
รับข้อมูลคัดกรองอาจคลาดเคลื่อน พร้อมเปิดทางแก้ไข
ในวันเดียวกัน กระทรวงการคลังได้มีการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยหลังประกาศผล มีประชาชนบางส่วนร้องเรียนว่าข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น มีชื่อปรากฏเป็นนักเรียนในสังกัด กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในสถานะดังกล่าว
ทางด้านวินิจยอมรับว่า ฐานข้อมูลจากหน่วยงานต้นทางอาจมีความคลาดเคลื่อน และกระทรวงการคลังพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงข้อมูล หากภายหลังการตรวจสอบและทำความสะอาดฐานข้อมูล (Data Cleansing) เสร็จสิ้น แล้วพบว่าผู้ร้องเรียนมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ ก็จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทันที
“โครงการไม่ได้กำหนดจำนวนผู้ได้รับสิทธิไว้ตายตัว หากตรวจสอบแล้วเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติและได้รับความเดือดร้อนจริง ก็พร้อมให้ได้รับสิทธิ” วินิจกล่าว

