ทางการกัมพูชาได้ส่งตัว เฉินจื้อ นักธุรกิจมหาเศรษฐี ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็น ‘เจ้าพ่อสแกมเมอร์รายใหญ่’ ที่บงการอยู่เบื้องหลัง เครือข่ายต้มตุ๋นคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก ซึ่งใช้แรงงานทาสที่ถูกหลอกมาทำงานในศูนย์คอลเซ็นเตอร์ (Scam Centers) เพื่อหลอกเหยื่อทั่วโลก ไปยังประเทศจีน หลังจากเขาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมกับชาวจีนอีก 2 คนคือ สวี่จี้เหลียง และเส้าจี้ฮุย
ปัจจัยทางกฎหมายที่สำคัญที่เอื้อให้เกิดการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนคือ การที่ เฉินจื้อ ถูกเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาเมื่อเดือนธันวาคม 2025 เดิมที เฉินจื้อ ได้สละสัญชาติจีน เพื่อมาถือสัญชาติกัมพูชาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งการสูญเสียสัญชาติกัมพูชา ทำให้เขาไม่มีสถานะคุ้มครองในฐานะพลเมืองของกัมพูชาอีกต่อไป
การส่งตัวมหาเศรษฐีที่มีความใกล้ชิดกับชนชั้นนำกัมพูชามาอย่างยาวนานเช่นนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ และมีเหตุผลเบื้องหลังที่สำคัญ ได้แก่
(1) แรงกดดันจากมหาอำนาจ
การจับกุมและการส่งตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่เป็นผลสรุปของ ‘การสืบสวนสอบสวนร่วม’ (Joint Investigation) กับหลายประเทศ เช่น จีน เกาหลีใต้ และประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน เกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินมานานหลายเดือน
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ และอังกฤษเริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) ต่อ เฉินจื้อ และเครือข่ายบริษัท Prince Group อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2025 กัมพูชาจึงตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หากกัมพูชายังคงปกป้องเขาต่อไป อาจเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจหรือถูกเพ่งเล็งเรื่องการฟอกเงินระดับประเทศ ซึ่งจะกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมที่พึ่งพาระบบการเงินโลก
ประกอบกับการมี ‘ปฏิบัติการกวาดล้าง’ ตามใบสั่งของรัฐบาลจีน ที่ต้องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในแถบอาเซียนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในเมียนมาและกัมพูชา จีนจึงกดดันให้รัฐบาลอาเซียนร่วมมือส่งตัวผู้บงการใหญ่กลับไปรับโทษ การส่งตัวเฉินจื้อให้จีน ถือเป็นการแสดงความสวามิภักดิ์และรักษาความสัมพันธ์อันดีกับ ‘พี่ใหญ่จีน’ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักทางเศรษฐกิจของกัมพูชา
(2) การตัดความเสี่ยงของชนชั้นนำ
นักวิเคราะห์มองว่า แม้ เฉินจื้อ จะเคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในกัมพูชา แต่เมื่อคดีความขยายวงกว้าง จนกลายเป็น ‘คดีฉ้อโกงคริปโทที่ใหญ่ที่สุดในโลก’ เขาจึงกลายเป็นภาระ มากกว่าที่จะเป็นสินทรัพย์ การเพิกถอนสัญชาติและส่งตัวเขาออกไป คือ ‘การตัดวงจร’ ความเชื่อมโยง เพื่อป้องกันไม่ให้การสืบสวนสาวมาถึงตัวละครสำคัญอื่นๆ ในกัมพูชา
(3) การกอบกู้ภาพลักษณ์ระดับนานาชาติ
ที่ผ่านมา กัมพูชาถูก UN และสื่อทั่วโลกจับตามองในฐานะศูนย์กลางเครือข่ายการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การจับกุมตัวผู้บงการรายใหญ่อย่างเฉินจื้อคือ ‘การสร้างภาพลักษณ์’ ให้โลกรู้ว่ากัมพูชาเริ่มเอาจริงกับการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ แม้ว่าในทางปฏิบัติธุรกิจเหล่านี้จะยังคงครองสัดส่วนอย่างมากในเศรษฐกิจของกัมพูชาก็ตาม
อ้างอิง:


