เอกนิติ รมว.คลังเผย ‘คนละครึ่ง พลัส’ หนุนเม็ดเงินกระจายฐานราก สร้างตัวคูณเศรษฐกิจสูง ชี้เงินกระจุกในกรุงเทพเพียง 16% ช่วยดัน GDP ปี 2568 เพิ่มอย่างน้อย 0.2%
วันนี้ (5 มกราคม) เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ซึ่งสิ้นสุดการดำเนินงานเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ว่า เป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จในการกระจายเงินสู่ฐานราก และสามารถอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้กว่า 84,000 ล้านบาท
เอกนิติระบุว่า จุดเด่นของโครงการคนละครึ่งพลัสคือ ค่าตัวคูณทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากเม็ดเงินกระจายตัวสู่ภูมิภาคอย่างกว้างขวาง โดยมีสัดส่วนการใช้จ่ายในกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 15-16% ส่วนที่เหลือเป็นการใช้จ่ายในต่างจังหวัด
จากการประเมินเบื้องต้น พบว่าโครงการดังกล่าวช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยมีส่วนช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 0.2% แม้จะเป็นมาตรการที่ดำเนินการในช่วงระยะเวลาสั้นก็ตาม
ทั้งนี้ การที่เงินเข้าสู่มือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยโดยตรง ทำให้การรั่วไหลของเม็ดเงินออกนอกระบบ หรือการนำไปชำระหนี้มีจำกัด ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สนค.) สรุปผลโครงการคนละครึ่ง พลัส เบื้องต้น ณ 31 ธันวาคม 2568 เวลา 23.00 น มีผู้ใช้สิทธิ 19.76 ล้านราย โดยจำนวนนี้ใช้สิทธิครบเต็มจำนวน 9.21 ล้านราย มียอดใช้จ่ายรวม 8.4 หมื่นล้านบาท (เป็นแบ่งประชาชนใช้จ่าย 4.28 หมื่นล้านบาท รัฐจ่าย 4.13 หมื่นล้านบาท) เบื้องต้น คาดเพิ่ม GDP 0.2% ในปี 2568


