×

‘Sincaraz’ New Normal ของโลกเทนนิสที่ยังจะอยู่ต่อไปในปี 2026

01.01.2026
  • LOADING...
‘Sincaraz’ New Normal ของโลกเทนนิสที่ยังจะอยู่ต่อไปในปี 2026

บรรยากาศเคาน์ดาวน์ปีใหม่เป็นสัญญาณส่งท้ายปี 2025 หมายถึงสิ่งเก่าๆ หลายอย่างกำลังจะผ่านพ้นไป และสิ่งใหม่ๆ บางอย่างกำลังจะผ่านเข้ามา

 

แต่กับโลกเทนนิส เราอาจจะยังต้องอยู่กับศัพท์คุ้นหูอย่าง Sincaraz หรือศัพท์ที่สื่อในโลกเทนนิสใช้เรียกรวมนักเทนนิสที่ดีที่สุดในโลก 2 คนในปัจจุบัน อย่าง ยานนิก ซินเนอร์ นักหวดมือ 2 ของโลกจาก อิตาลี กับ การ์ลอส อัลการาซ นักเทนนิสมือ 1 ของโลกชาวสเปน

 

Sincaraz เป็นศัพท์ที่ร้อนแรงที่สุดในโลกเทนนิสปีก่อน เมื่อทั้งคู่ ผูกขาดความสำเร็จในเทนนิสระดับแกรนด์สแลม รวมไปถึง ATP ไฟนอลส์ รวม 5 รายการ แค่เพียง 2 คน

 

หลังจากยุคของ Big 3 ที่ครองความยิ่งใหญ่และผูกขาดความสำเร็จในวงการเทนนิสโลกมาอย่างยาวนาน ก็ถึงเวลาที่ ราฟาเอล นาดาล กับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ วางมือ ขณะที่ โนวัค โยโควิช ผู้ยิ่งใหญ่ ก็โรยรา

 

ทั้ง 3 คน คือปรากฏการณ์ของโลกเทนนิสอย่างยากจะปฏิเสธ พวกเขา 3 คน คว้าแชมป์แกรนด์สแลม 66 จาก 81 รายการในยุคสมัยของพวกเขา หรือคิดเป็น 81.5% ของแชมป์แกรนด์สแลมทั้งหมดในยุคนั้น

 

ปัจจุบัน อัลคาราซและซินเนอร์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของวงการอย่างชัดเจน โดยในปี 2025 คู่แข่งแชมป์แกรนด์สแลมกันคนละ 2 รายการติดต่อกันเป็นปีที่สอง ทำให้ปัจจุบันอัลคาราซมีแชมป์เมเจอร์รวม 6 รายการ และซินเนอร์มี 4 รายการ

 

ขณะที่ ATP ไฟนอลส์ ใน 2 ปีหลังสุด ผู้ชนะก็คือ ยานนิก ซินเนอร์ ทั้ง 2 ปี

 

นั่นหมายความว่า แชมป์รายการใหญ่ๆ ในโลกเทนนิส ทั้ง 10 รายการ ในรอบ 2 ปีหลัง แชมป์ต้องตกเป็นของ ซินเนอร์ หรือ อัลการาซ คนใดคนหนึ่งเสมอ

 

สถิติที่น่าทึ่งอีกอย่างในฤดูกาล 2025 คือการที่ไม่มีทัวร์นาเมนต์ใดเลยที่ทั้งคู่ลงแข่งพร้อมกันแล้วแชมป์จะไม่ตกเป็นของคนใดคนหนึ่ง

 

นอกจากนี้พวกเขายังพบกันในรอบชิงชนะเลิศรายการเมเจอร์ 3 รายการติดต่อกันในปีเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกในยุค Open Era ที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

 

หากนับแค่ปี 2025 ซินเนอร์ เปิดปีที่ผ่านมา แบบไร้คู่แข่ง หลัง อัลการาซ พลาดท่าต่อ โนวัค โยโควิช ราชาแห่งเมลเบิร์น ปาร์ก ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

 

นั่นทำให้ตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศ ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ ซินเนอร์ ชนะคู่แข่งแบบไร้การต่อต้าน ชนิดที่ไม่เสียเซตเลยแม้แต่เซตเดียว และดูเหมือนปี 2025 จะเป็นปีของเขาอีกครั้ง

 

แต่ในเฟรนซ์ โอเพน 2025 โลกของเทนนิส กลับมาดุเดือดอีกครั้ง เมื่อได้คู่ชิงฯ ในฝันอย่างคู่ Sincaraz ก่อนที่ อัลคาราซคว้าชัยในแมตช์ที่ยาวนานกว่า 5 ชั่วโมงครึ่ง โดยเขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ในยุค Open Era ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมชายเดี่ยวได้หลังจากเซฟแมตช์พอยต์

 

ข้ามมาที่ วิมเบิลดัน ซินเนอร์เขากลับมาพร้อมกับความ Aggressive และใช้พลังนั้น ล้างตา อัลการาซ ได้สำเร็จและคว้าแชมป์แกรนด์สแลมบนคอร์ตที่ไม่ใช่ฮาร์ดคอร์ตได้เป็นครั้งแรก

 

ขณะที่แกรนด์สแลมสุดท้าย อย่าง ยูเอส โอเพน อัลคาราซเป็นฝ่ายชนะได้อีกครั้งในการแข่งขันที่กินระยะเวลา 4 เซต และแย่งชิงตำแหน่ง มือวางอันดับ 1 ของโลก คืนมาจากซินเนอร์ที่ครองตำแหน่งมานานถึง 65 สัปดาห์มาจนได้

 

แต่ศึกสุดท้ายของปีนี้ ผู้ที่กุมชัยก่อนหมดปี กลับมาเป็นซินเนอร์ เมื่อไล่ต้อน อัลการาซ ไปได้ 2 เซตรวด ในการแข่งขัน ATP ไฟนอลส์

 

จากผลงานที่เกิดขึ้นในปี 2025 อัลการาซ ทำสถิติชนะ 71 นัด แพ้เพียง 9 นัด คว้าไปทั้งหมด 8 แชมป์ และจบปี ด้วยการครองตำแหน่งมือ 1 ของโลก

 

ขณะที่ทางฝั่ง ซินเนอร์ หลังจากพ่ายแพ้อย่างน่าเสียดายที่ โรลังด์ การ์รอส เขาใช้เวลาเพียง 35 วัน ในการล้างตากับอัลการาซเพื่อคว้าแชมป์ วิมเบิลดัน เป็นสมัยแรก

 

ในปีนี้ซินเนอร์ยังสามารถป้องกันแชมป์ ‘เอโอ’ ได้อย่างเด็ดขาด ทำให้เขามีถ้วยรางวัลแกรนด์สแลมสะสมรวมเป็น 4 รายการ

 

ขณะที่ฟอร์มช่วงปลายปีซินเนอร์ทำผลงานได้อย่างดุดันในช่วงท้ายฤดูกาล โดย ชนะ 4 จาก 5 รายการล่าสุด ที่เขาลงแข่ง รวมถึงการป้องกันแชมป์ ATP ไฟนอลส์ ด้วย

 

ความโดดเด่นของทั้งสองคนในปี 2025 ได้สร้างแรงกระเพื่อมต่อตำนานของวงการอย่าง โนวัค โยโควิช ที่แม้จะมีวัยถึง 38 ปีแล้ว และยังสร้างประวัติศาสตร์คว้า แชมป์รายการที่ 100 ที่เจนีวา และรายการที่ 101 ที่เอเธนส์ รวมถึงเข้าถึงรอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ทั้ง 4 รายการ

 

แต่ความยอดเยี่ยมของ โนเล่ ในระดับเมเจอร์กลับถูกบดบังด้วยการครองความยิ่งใหญ่ของ Sincaraz ทำให้เขายังไม่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 25 มาครองได้ในปีนี้

 

หากปี 2025 คือเวทีการแสดง อัลการาซและซินเนอร์ก็เปรียบเหมือน นักแสดงนำสองคนที่ผลัดกันขโมยซีนในทุกฉากสำคัญ ทิ้งให้คู่แข่งคนอื่น ๆ แม้แต่ระดับตำนานของวงการอย่าง โยโควิช กลายเป็นเพียงตัวประกอบที่ทำได้แค่ยืนมอง

 

ศักยภาพในเชิงเทนนิสของทั้งคู่ ทั้งความเร็ว เซนส์การเลือกช็อต และพลังการตีของทั้งคู่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ของมนุษย์ไปแล้ว และด้วยวัยที่อยู่แค่เพียง 24 ปี (ซินเนอร์) กับ 22 ปี (อัลการาซ) นั่นหมายความว่า ยังคงมีพื้นที่ให้ทั้งคู่ พัฒนาได้อีกมาก

 

หากไม่มีอาการบาดเจ็บ หรือ เรื่องราวนอกสนามมารบกวน ก็คงเดาได้ไม่ยากว่า ในปี 2026 ที่กำลังจะมาถึง ชื่อของ Sincaraz ก็จะเป็นชื่อที่แฟนๆ ได้ยินกันจนเบื่ออีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องจับตามองก่อนการดวลกันอีกครั้งในปี 2026 ของ ซินเนอร์ กับ อัลการาซ คือการเปลี่ยนโค้ชของนักหวดชาวสเปน

 

อย่าลืมว่า นับตั้งแต่ อัลการาซ เทิร์นโปรเมื่อปี 2018 เขาก็อยู่ภายใต้การดูแลของ ฮวน การ์ลอส เฟร์เรโร มาตลอด

 

ทั้งคู่เป็นคู่ โค้ช-นักเทนนิส มายาวนานกว่า 7 ปี ดังนั้น การประกาศแยกทางกันเมื่อกลางเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา จึงเปลี่ยนความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตนักเทนนิสของ อัลการาซ เลย ก็ว่าได้

 

ขณะที่ ซินเนอร์ เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว จากการเปลี่ยน ริคาร์โด ปิอัตติ มาเป็น ซิโมเน วาโญซซี ในปี 2022 และทำให้ผลงานเขาดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เราก็มีตัวอย่างแบบ เอ็มมา ราดูคานู ที่ยิ่งเปลี่ยนโค้ช แล้ว ฝีมือยิ่งไม่คงเส้นคงวาอยู่เช่นกัน

 

ไม่มีใครรู้ว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะนำอาชีพของ อัลการาซ ไปในทิศทางไหน และเรื่องนี้ แฟนๆ ก็ทำได้แค่คอยจับตามองเท่านั้น

 

เริ่มจากในวันที่ 10 มกราคมนี้ ที่ทั้งคู่จะลงทำการแข่งขันรายการพิเศษ อย่าง ฮุนได การ์ด ซูเปอร์แมตช์ ที่ อินสไปร์ อารีนา เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้

 

ซึ่งนี่จะเป็นแมตช์แรกที่ทั้งคู่เจอกันในปี 2026…แมตช์แรก ในอีกหลายๆ แมตช์ ที่กำลังจะตามมาในปีนี้!

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising