วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ชูศักดิ์ ศิรินิล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภา กล่าวว่า ถึงขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เสร็จสิ้นในชั้นกรรมาธิการแล้ว พร้อมที่จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 10 และ 11 ธันวาคมนี้
โดยประเด็นสำคัญที่พิจารณากันมาและใช้เวลามากที่สุด คือองค์กรยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่กรรมาธิการมีมติเสียงข้างมากให้ใช้รูปแบบกรรมาธิการยกร่าง และให้รัฐสภาเป็นผู้เลือก โดยตัดกระบวนการเลือกโดยประชาชนออก และปฏิเสธกระบวนการยกร่างที่ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยเสนอสูตร 20 หยิบ 1 ในการคัดเลือกกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภา
ชูศักดิ์กล่าวว่า สาระสำคัญที่ใช้กระบวนการดังกล่าว โดยตัดการเลือกชั้นต้นโดยประชาชนออก เพราะเกรงว่าจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามเลือกผู้ร่างโดยตรง โดยกรรมาธิการในส่วนของเพื่อไทย แม้แต่ของพรรคประชาชนซึ่งเป็นร่างหลักเห็นว่าไม่ขัดต่อคำวินิจฉัย เพราะเป็นการให้ประชาชนเลือกผู้สมัครมาก่อนแล้วให้รัฐสภาเลือก เป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในชั้นต้น มิใช่การให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงแต่อย่างใด
ชูศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ในส่วนกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทย เราสงวนคำแปรญัตติในส่วนสำคัญสองส่วน ส่วนแรกเราสงวนให้องค์กรยกร่างเป็น สสร. ตามร่างเดิมของเรา ที่แม้จะตกไปในวาระที่ 1 เพราะได้เสียงสนับสนุนจาก สว. ไม่ถึง โดยเราเห็นว่าการมี สสร. ที่มาจากการเลือกของประชาชนเป็นเบื้องต้น บวกกับมาจากการเสนอชื่อขององค์กรต่างๆ จะตอบโจทย์ได้มากกว่า ทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน และการมีสภาฯ มากลั่นกรองร่างรัฐธรรมนูญก่อนเสนอรัฐสภา และไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยแต่อย่างใด
ส่วนที่สอง คือหาก สสร. ตามที่เราสงวนความเห็นไม่ได้รับการยอมรับ เราขอสงวนความเห็นต่อองค์กรยกร่างในรูปแบบกรรมาธิการ ทั้งในส่วนกรรมาธิการยกร่างและกรรมาธิการรับฟังความเห็นฯ โดยเฉพาะการให้รัฐสภาเลือกโดยใช้วิธีให้มาสมัคร และใช้วิธีให้รัฐสภารวมตัวกันให้ได้ 20 คนแล้วเลือกกรรมาธิการได้ 1 คน หรือสูตร ‘20 หยิบ 1’ จะนำไปสู่กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญของเสียงข้างมากนั่นเอง
“ถ้าใครรวมตัว สส. และ สว. ได้เกินครึ่งค่อนของรัฐสภา ก็ไม่ยากที่จะตกลงกันให้ใครเป็นกรรมาธิการใน 35 คนนั้น รัฐธรรมนูญใหม่ก็จะเป็นไปตามข้างมากของรัฐสภานั่นเอง มิใช่รัฐธรรมนูญที่ตอบสนอง และสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน เราจึงเสนอให้นอกจากให้รัฐสภาจับอย่างเดียวใน 35 คนทั้งหมด ก็ให้เลือกจากผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ด้วย กรรมาธิการบางท่านก็เสนอสูตรการจับให้รอบคอบรัดกุมขึ้น ทั้งหมดเพื่อป้องกันมิให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญถูกผูกขาดโดยเสียงข้างมากฝ่ายเดียว” ชูศักดิ์กล่าว
ชูศักดิ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีกรรมาธิการและ สส. ของพรรคขอสงวนและแปรญัตติอีกหลายประเด็น ซึ่งล้วนอยู่ในกรอบความรอบคอบ การมีส่วนร่วมของประชาชน และให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นประชาธิปไตยมากกว่าเดิม
ส่วนการพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 2 และ 3 จะผ่านรัฐสภาหรือไม่ สถานการณ์ขณะนี้ประเมินยาก เช่น จะได้เสียง สว. ถึง 1 ใน 3 หรือไม่ ยิ่งมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทางใต้ เหตุการณ์ที่หาดใหญ่มีประชาชนสูญเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก มีความเสียหายเดือดร้อนแก่ประชาชนมหาศาล เข้าใจว่าอารมณ์ความรู้สึกของคนไทยต่อเรื่องรัฐธรรมนูญในขณะนี้จะเป็นอย่างไร ต้องเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องเอามาประเมินกันด้วย


