×

ค่าเงินรูปีอินเดีย ปี 2025 ร่วงหนักสุดในเอเชีย รับแรงกดดันภาษีสหรัฐฯ เงินทุนไหลออก และท่าที RBI ปล่อยค่าเงินเคลื่อนไหวตามตลาด

29.11.2025
  • LOADING...
ค่าเงินรูปีอินเดีย ปี 2025 ร่วงหนักสุดในเอเชีย รับแรงกดดันภาษีสหรัฐฯ เงินทุนไหลออก และท่าที RBI ปล่อยค่าเงินเคลื่อนไหวตามตลาด

ในปี 2025 ค่าเงินรูปีอินเดียอ่อนค่ามากที่สุดในเอเชีย และมีแนวโน้มปรับตัวลงสูงสุดในรอบสามปี นับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังรัสเซียบุกโจมตียูเครน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศอินเดียที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบถึง 90%

 

อีกทั้งแรงกดดันในปีนี้ยังมาจาก การขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และผลประกอบการหลายบริษัทอ่อนแอลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นอินเดียเพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อทิศทางของตลาดเงินทุนและทำให้เงินรูปีอ่อนค่าลงต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้ขายสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศไปกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพยุงค่าเงินและหลีกเลี่ยงไม่ให้รูปีร่วงลงทำจุดต่ำสุดในเดือนตุลาคม แม้มาตรการดังกล่าวจะช่วยซื้อเวลาให้ตลาด แต่แรงกดดันยังคงเพิ่มขึ้น

 

ยิ่งในวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ค่าเงินรูปีดิ่งลงแตะ 89.4812 ต่อดอลลาร์ โดยไม่มีสัญญาณว่าธนาคารกลางจะลงมาป้องกัน ทำให้นักวิเคราะห์ตีความว่า RBI อาจยอมให้ค่าเงินเคลื่อนไหวตามตลาด เพื่อรักษาทุนสำรองไว้ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ

 

โดยปัจจุบันทุนสำรองระหว่างประเทศของอินเดียอยู่ที่ราว 6.9 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าสูงติดอันดับโลก และเพียงพอสำหรับการนำเข้าได้นานถึง 11 เดือน และล่าสุดวันที่ 26 พฤศจิกายน IMF ประกาศปรับการจัดประเภทระบบอัตราแลกเปลี่ยนของอินเดียเป็นแบบ ‘crawl-like arrangement’ หรือระบบที่ปล่อยให้ค่าเงินปรับขึ้นลงอย่างช้าๆ ตามเงินเฟ้อและเงื่อนไขการค้า แทนการป้องกันอย่างเข้มข้นแบบในอดีต ถือเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางกำลังปรับเข้าสู่แนวทางบริหารความผันผวนระยะยาวมากขึ้น

 

ย้อนปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดันค่าเงินรูปีในปี 2025

 

รูปีเริ่มอ่อนค่ามาตั้งแต่ต้นปี ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยในเดือนมีนาคม–เมษายน และแข็งที่สุดในต้นเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 83.7538 ต่อดอลลาร์ ช่วงที่ตลาดคาดหวังว่าอินเดียจะเป็นประเทศแรกๆ ที่บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ความหวังต่อการลดภาษีส่งออกช่วยหนุนกระแสเงินทุนและเสริมแรงซื้อค่าเงินในช่วงระยะสั้น

 

แต่ภาพรวมเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียสูงกว่าคาด พร้อมขู่ใช้มาตรการลงโทษเพิ่มเติมจากกรณีอินเดียซื้อพลังงานและอาวุธจากรัสเซีย โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้รูปีอ่อนค่าหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022

 

จากนั้นแรงกดดันเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม เมื่อสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าจากอินเดียเป็น 50% นับว่าสูงที่สุดในเอเชีย และยังเพิ่มภาษีลงโทษอีก 25% สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย ส่งผลให้ค่าเงินรูปีทะลุระดับ 88 ต่อดอลลาร์และทำจุดต่ำสุดหลายครั้ง

 

จนถึงในเดือนกันยายน ภาพรวมซ้ำเติมหนักขึ้นอีก หลังมีรายงานว่าทรัมป์เรียกร้องให้ยุโรปตั้งภาษีลงโทษอินเดียเช่นเดียวกัน และสหรัฐฯ ยังเตรียมขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า H-1B จากที่เคยจ่ายไม่กี่ร้อยดอลลาร์ขึ้นเป็น 1 แสนดอลลาร์ สำหรับแรงงานทักษะสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย

 

เรียกได้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ค่าเงินรูปีอยู่ในจุดเปราะบาง ต้องรอดูว่าความสัมพันธ์การค้าระหว่างสหรัฐฐ – อินเดียจะดีขึ้นและหากมีแนวโน้มลดภาษีจะทำให้แรงกดดันต่อค่าเงินลดลงบ้าง แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น ตลาดคาดว่า RBI อาจต้องกลับมาแทรกแซงอีกครั้ง

 

ทำไมรูปีอ่อนค่ามากกว่าสกุลเงินอื่นในเอเชีย?

 

RBI มองว่าการอ่อนค่าเป็นผลจากช่องว่างเงินเฟ้อระหว่างอินเดียกับประเทศพัฒนาแล้ว แต่ปี 2025 ค่าเงินรูปีอ่อนโดดเด่นกว่าประเทศอื่นในเอเชีย แม้ดอลลาร์สหรัฐฯ จะอ่อนค่าลงก็ตาม ขณะที่สกุลเงินอื่น เช่น ดอลลาร์ไต้หวัน ริงกิตมาเลเซีย และบาทไทยกลับแข็งค่าขึ้น สาเหตุหลัก ได้แก่

 

1. อินเดียถูกเก็บภาษีจากสหรัฐฯ มากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ทำให้ภาคส่งออกได้รับผลกระทบหนัก

 

2. สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของอินเดีย ซึ่งต่างจากประเทศอย่างมาเลเซียหรือไทยที่มีตลาดกระจายตัวมากกว่า

 

3. ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลต่อเนื่อง ทำให้ต้องซื้อดอลลาร์เพื่อนำเข้าในปริมาณมากขึ้น โดยเฉพาะพลังงานและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

4. เงินเอเชียอื่นแข็งค่าตามแรงขายดอลลาร์ของผู้ส่งออก เนื่องจากภาคธุรกิจในหลายประเทศเร่งขายดอลลาร์ออกมา เพื่อรับมือความไม่แน่นอนจากการเจรจาการค้าและแนวโน้มเฟดปรับลดดอกเบี้ย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อรูปีแตะระดับใกล้ 89 ต่อดอลลาร์ในเดือนตุลาคม RBI ก็แสดงท่าทีว่าพร้อมเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันความผันผวนเกินจำเป็น ส่งผลให้ค่าเงินทรงตัวในช่วงสั้นก่อนกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งในปลายเดือนตุลาคม

 

ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการป้องกันค่าเงินไว้ที่ระดับประมาณ 88.8 ต่อดอลลาร์นั้นไม่ยั่งยืน เนื่องจากอินเดียกำลังเผชิญทั้งตัวเลขการค้าที่ยังอ่อนแรง กระแสเงินทุนไหลออก และทุนสำรองที่เริ่มลดลง

 

ภาพ: small1/shutterstock

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising