เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ส่วนราชการ ตร.ที่ 0001 (ผบ)/199 ลงวันที่ 28 ส.ค.2568 เรื่อง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำชับการปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามการพนัน ถึง รอง ผบ.ตร.(ปป) และ จตช. ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในสายงาน ปป. และ รอง จตช. เพื่อทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ผบช.น., ภ.1-9, ก., ทท., สตม. และ จต.(หน.จต.) หัวหน้าส่วนอำนวยการและสนับสนุน ศปก.ตร. และ โฆษก ตร.-ผบก.สท. ใจความว่า
1.อ้างถึง
1.1 คำสั่ง ตร. ที่ 234/2558 ลง 27 เม.ย.58 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข
1.2 หนังสือ ตร.ด่วนที่สุด ที่ 0007.22/ว2209 ลง 28 มิ.ย.67 เรื่อง กำชับการปฏิบัติในการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการพนัน โดยกำหนดมาตรการพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข โดยให้ดำเนินการทางปกครองกับผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับชั้น กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอื่นหรือเจ้าหน้าที่ส่วนราชการอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ตรวจค้นจับกุมความผิดเกี่ยวกับการพนัน ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ดังนี้
1.2.1 กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 20 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 50 คน ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ.
1.2.2 กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 50 คนขึ้นไป แต่ไม่เกิน 100 คน ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ. และ ผบก.น./ภ.จว.
1.2.3 กรณีมีการจับกุมผู้กระทำความผิดตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ให้พิจารณาทางปกครองกับ ผกก. หรือหัวหน้า สน./สภ., ผบก.น./ภ.จว. และ ผบช.น./ภ.1-9
1.3 ด้วยปรากฏข้อมูล เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2568 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจค้นจับกุมการพนันย่านดอนเมือง ซึ่งเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้งแต่ยังคงลักลอบเปิดอยู่ โดยจับกุมผู้เล่นการพนันได้จำนวนมากและพบเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท พร้อมด้วยของกลางหลายรายการ
2.เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และการนำมาตรการกวดขันอบายมุข ความผิดเกี่ยวกับการพนันมาใช้โดยเคร่งครัดเห็นผลการปฏิบัติชัดเจนและเป็นรูปธรรม จึงให้ดำเนินการ ดังนี้
2.1 จต.(หน.จต.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตามข้อ 1.3 โดยละเอียดและดำเนินการตามแนวทางสั่งการข้อ 1 รวมทั้งควบคุมและติดตามการปฏิบัติกรณีปรากฏข้อร้องเรียนทางสายด่วน 1599 ระบบ JCOMS หรือช่องทางร้องเรียน/แจ้งเบาะแสอื่นๆ เกี่ยวกับสถานบริการ แล้วรายงานให้ ตร.ทราบ
2.2 บช.น.
2.2.1 ให้สืบสวน ขยายผลกรณีดังกล่าวตามข้อ 1.3 ในทุกมิติ (เจ้าของสถานที่ ผู้จัดให้เล่นการพนัน เจ้ามือ เจ้าหน้าที่หรือผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้อง) เส้นทางการเงิน และดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องทุกฉบับอย่างเด็ดขาด รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมอาคารเพื่อไม่ให้สามารถใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่งมั่วสุมลักลอบเล่นการพนันได้อีกต่อไป
2.2.2 พิจารณาดำเนินการตามมาตรการทางปกครองกับผู้เกี่ยวข้องภายในอำนาจหน้าที่ตามหนังสือสั่งการ ตร. ข้อ 1.2
2.3 น. ภ.1-9 และ ผบก.น./ภ.จว.
2.3.1 กำหนดมาตรการตรวจค้น ตรวจสอบอาคาร สถานที่สุ่มเสี่ยงในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการพนัน โดยเฉพาะสถานที่ที่ มีการกระทำผิดหรือถูกจับกุมซ้ำซาก กำหนดวงรอบและเป้าหมายในการปิดล้อมตรวจค้นฯ โดยให้หน่วยพิจารณาใช้กำลังพลจาก บช. หรือ บก. ในการปฏิบัติการให้มีประสิทธิภาพ
2.3.2 ให้ ผบช.น. ภ.1-9 และ ผบก.น./ภ.จว. ลงพื้นที่กวดขัน ตรวจสอบการปฏิบัติและจัดชุดปฏิบัติการสืบสวน หาข่าวและแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชนในพื้นที่พิจารณามาตรการป้องกันปราบปราม ตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด
2.4 ก. (บก.ป.) ทท. และ สตม. สืบสวน หาข่าวและดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ หรือตามที่ ตร. มอบหมายหรือสั่งการ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้อง
2.5 มอบหมายให้ จตช. และ รอง จตช. ควบคุม กำกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อ 2.1 และมอบหมายให้ รอง ผบ.ตร.(ปป) และผู้ช่วย ผบ.ตร. ในสายงาน ปป. อำนวยการ ควบคุมสั่งการ การปฏิบัติตามหนังสือนี้ รวมถึงพิจารณาตรวจสอบ สุ่มตรวจ บังคับใช้กฎหมาย โดยเคร่งครัด ตลอดจน เสนอ ตร. เพื่อพิจารณาข้อบกพร่องของหน่วย
3.การรายงานให้ จต.(หน.จต.) และ บช.น. รายงานผลการตรวจสอบตามข้อ 2.1 และ 2.6 ให้ ตร. ทราบ ภายในวันที่ 1 ก.ย.68 และให้ทุกหน่วยรายงานผลการปฏิบัติให้ ตร.ทราบ (ผ่าน สยศ.ตร.(ผอ.) โดยครั้งแรกให้รายงานภายในวันที่ 5 ก.ย.68 และรายงานต่อเนื่องทุกๆ 15 วัน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
4.ห้ามมิให้ข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพัน รู้เห็นเป็นใจทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เรียก รับ ยอมรับหรือมีผลประโยชน์จากการลักลอบเล่นการพนันโดยผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด และให้ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและ ตร. ที่จะต้องดำเนินการป้องกันปราบปรามอย่างจริงจัง หากพบว่าหน่วยใดเพิกเฉย ปล่อยปละละเลย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใส่ใจในการสืบสวนปราบปรามจับกุม ถือว่าเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานนั้น โดยให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับชั้นพิจารณาทางปกครอง ทางวินัย และทางอาญาทุกราย รวมถึงพิจารณาข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นด้วย เพื่อทราบและดำเนินการ