×

มหาดไทยสนธิกำลัง ตร.-DSI กวาดล้าง 5 เครือข่ายนอมินีข้ามชาติ ฮุบที่ดินสมุย-สวมรอยทำธุรกิจ

โดย THE STANDARD TEAM
15.08.2026
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่มหาดไทย ตำรวจ และ DSI แถลงข่าวปฏิบัติการกวาดล้างนอมินีข้ามชาติที่เกาะสมุย

วันนี้ (15 สิงหาคม) พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท. สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.8, ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี, ผู้แทนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 300 นาย เปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ เฟส 7 ในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อกวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมายและใช้คนไทยเป็นตัวแทน (Nominee) ในการถือหุ้นหรือครอบครองทรัพย์สิน

 

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลการสืบสวนตามแนวทาง เกาะพะงันโมเดล โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบนิติบุคคลในเกาะสมุยทั้งหมด 12,906 บริษัท พบว่ามีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ 8,254 บริษัท และมีลักษณะที่อาจเข้าข่ายนอมินี 875 บริษัท

 

ภายหลังการคัดกรองเชิงลึก เจ้าหน้าที่ได้พุ่งเป้าไปที่ 59 บริษัทต้องสงสัย ซึ่งครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวม 37 แปลง เนื้อที่รวม 31 ไร่ 2 งาน 36.3 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,200 ล้านบาท นำไปสู่การดำเนินคดี 60 คดี และมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง 88 คน (คนไทย 26 คน และชาวต่างชาติ 62 คน)

 

โดยศาลจังหวัดเกาะสมุยได้อนุมัติหมายค้น 37 หมาย ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 14 คน ประกอบด้วยชาวจีน 4 คน, อังกฤษ 4 คน, อิตาลี 1 คน, ฝรั่งเศส 1 คน, เนเธอร์แลนด์ 1 คน, ออสเตรีย 1 คน, ฟิลิปปินส์ 1 คน และอเมริกัน 1 คน

 

การตรวจค้นครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายสำคัญ 5 กลุ่มบริษัท ได้แก่:

 

  1. กลุ่มบริษัท กัลป์ – ทรี: เครือข่ายชาวอิสราเอล (19 บริษัท) มีการใช้โครงสร้างบริษัทหลายชั้นและให้คนไทยถือหุ้นแทน ประกอบธุรกิจสถานรับเลี้ยงเด็กโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงซื้อ พัฒนา และปล่อยเช่าวิลล่าหรูให้ลูกค้าต่างชาติ
  2. กลุ่มบริษัท โฮล – ซี: เครือข่ายชาวเยอรมัน (4 บริษัท) ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างวิลล่าหรูบนพื้นที่เขาสูงชันซึ่งอาจเสี่ยงขัดต่อกฎหมาย นอกจากนี้ยังหลบเลี่ยงภาษีซื้อขายที่ดินและภาษีนิติบุคคล ผ่านการเปลี่ยนแปลงรายชื่อหุ้นส่วนในบริษัทนอมินี
  3. กลุ่มบริษัท กมล: พบคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทให้ชาวต่างชาติถึง 27 แห่ง เพื่อใช้เป็นช่องทางขอวีซ่าระยะยาว (วีซ่าธุรกิจ 1 ปี) โดยข้อมูลทางทะเบียนขัดแย้งกับการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง
  4. กลุ่มบริษัท ปา: (16 บริษัท) มีพฤติการณ์เริ่มต้นจัดตั้งบริษัทโดยใช้ชื่อคนไทยทั้งหมดเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบเอกสาร จากนั้นจึงดึงบุคคลต่างชาติเข้าสู่โครงสร้างผู้ถือหุ้นเพื่อขอใบอนุญาตทำงานและเปลี่ยนประเภทวีซ่า โดยไม่ได้มีการประกอบธุรกิจจริง
  5. กลุ่มบริษัท ไอ: (2 บริษัท) ขยายผลจากเบาะแสของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส กรณีชาวฝรั่งเศสฉ้อโกงเงินลงทุนฟาร์มกัญชามูลค่าความเสียหายกว่า 21 ล้านบาท พบว่าเงินดังกล่าวถูกนำมาจัดตั้งบริษัทโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี เพื่อซื้อที่ดินและก่อสร้างโรงแรมหรู พร้อมตั้งอีกบริษัทเพื่อบริหารจัดการผ่านสัญญาเช่าอำพราง โดยปล่อยเช่ารายวันคืนละ 11,000–17,000 บาท ทั้งที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม

 

พล.ต.อ. สำราญ นวลมา เปิดเผยว่า ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายนอมินีในเมืองท่องเที่ยวสำคัญช่วง 6 เฟสที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทไปแล้ว 238 แห่ง ที่ดิน 272 แปลง รวมกว่า 184 ไร่ มูลค่าทรัพย์สินกว่า 2,839 ล้านบาท และมีการออกหมายจับแล้ว 178 หมาย

 

เป้าหมายสูงสุดของปฏิบัติการนี้ คือการจัดระเบียบจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา ชลบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้การลงทุนของชาวต่างชาติเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบและแย่งอาชีพคนไทย พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับเครือข่ายนอมินีรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากภาคประชาชนและธุรกิจ

 

ทั้งนี้ รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือผ่านสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising