วันนี้ (15 สิงหาคม) ที่ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมนิทรรศการรณรงค์ต้านภัยออนไลน์สัญจร (DE Digital Shield Forum) ครั้งที่ 1 โดยมี ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน
อนุทิน กล่าวเปิดงานโดยระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวประชาชนได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ล่าสุดพบรูปแบบการหลอกลวงด้วยการใช้เทคโนโลยีปลอมเสียง (Voice Cloning) เพื่อหลอกให้บุคคลในครอบครัวโอนเงิน ซึ่งภัยเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การรับโทรศัพท์เพียงหนึ่งสายหรือกดลิงก์เพียงครั้งเดียว อาจทำให้สูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตได้
รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยยกระดับให้เป็น วาระแห่งชาติ ที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง จัดการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ครอบคลุมทั้งปัญหาบัญชีม้า เส้นทางการเงิน โครงสร้างพื้นฐานที่มิจฉาชีพใช้ ตลอดจนเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงธนาคาร ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่เข้ามาช่วยดูแลเส้นทางการเงินที่อาจแฝงมาในรูปแบบของสินทรัพย์ดิจิทัล
”สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การปราบปรามคือการป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย นี่คือเหตุผลของแนวคิด Digital Shield หากประชาชนสูญเสียทรัพย์สินไปแล้ว โอกาสที่จะได้เงินคืนเต็มจำนวนนั้นยากมาก เพราะมิจฉาชีพมักนำไปฟอกเงินหรือแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินอื่น การสร้างเกราะป้องกันและการตระหนักรู้จึงเป็นเรื่องเร่งด่วน” อนุทิน กล่าว
อนุทิน ยังได้ฝากความห่วงใยถึงประชาชน ขอให้เพิ่มความระมัดระวังและตั้งข้อสังเกตเมื่อมีบุคคลติดต่อมาขอให้โอนเงิน แม้จะอ้างตัวเป็นคนในครอบครัว คนรู้จัก หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โทรศัพท์มาแจ้งให้ชำระค่าภาษี ค่าปรับ หรือค่าบริการต่างๆ
”กราบเรียนว่า รัฐบาลจะไม่ทวงเงินท่านผ่านโทรศัพท์มือถือ รัฐบาลจะต้องมีการออกเอกสารติดตามทวงหนี้อย่างเป็นทางการ ยืนยันว่าไม่มีการให้บุคคลใดโทรมาข่มขู่ให้โอนเงินค่าปรับเด็ดขาด เพราะฉะนั้นก่อนโอนเงิน ขอให้คิดสักนิด ตรวจสอบก่อนกดลิงก์ และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อความที่ไม่แน่ใจ เพราะอาจสร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นและเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้”
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณทุกหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมชื่นชมการทำงานของกระทรวงดีอีภายใต้การนำของไชยชนก ชิดชอบ ที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อให้คนไทยใช้เทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ


