×

ปีแห่งการเรียนรู้

22.12.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • ในภาพรวมปีนี้ ดูเหมือนว่าเราจะได้ยินแต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงกันตลอดทั้งปี ทั้งหลักสูตร สัมมนา ข่าวสารหลากหลายต่างๆ นานาที่ล้วนพูดถึงและขู่กรรโชกเราด้วยความน่ากลัวของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
  • เราได้เรียนรู้กันมาตลอดปีแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมาพร้อมวิกฤตและโอกาส
  • ถ้าปีนี้เป็นปีแห่งการเรียนรู้ เชื่อว่าปีหน้าจะเป็นปีแห่งการปรับตัวไปกับการเปลี่ยนแปลง

ใกล้วันสุดท้ายของปีแล้ว ทางทีม THE STANDARD เขาอยากให้เขียนถึงปีนี้และปีหน้าหน่อย


มาลองดูไปพร้อมๆ กันนะครับ


ในภาพรวมปีนี้ ดูเหมือนว่าเราจะได้ยินแต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงกันตลอดทั้งปี

 

แต่ปีนี้เราได้ยินกันถี่มากและได้ยินอยู่ตลอดเวลา มีทั้งหลักสูตร สัมมนา ข่าวสารหลากหลายต่างๆ นานาที่ล้วนพูดถึงและขู่กรรโชกเราด้วยความน่ากลัวของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน


ในความเป็นจริงแล้ว โลกและสังคมนั้นเปลี่ยนแปลงมาอยู่ตลอด เพียงแต่ว่าหลายปีที่ผ่านมายังพอมีเวลาให้เราตั้งหลักเรียนรู้และปรับตัวกันพอสมควร


สำหรับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป ถ้าลองย้อนนึกดูก็จะพบว่าโลก สังคม และสภาพแวดล้อมนั้นเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากขนาดไหน


ผมยังอายุไม่ถึง 60 แต่มาย้อนนึกดูแล้วพบว่าโลกและสังคมรอบข้างนั้นเปลี่ยนแปลงไปมากในระยะเวลาไม่นานนัก


ลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพกันชัดๆ สมัยผมเด็กๆ ทีวีที่ได้ดูครั้งแรกยังเป็นขาวดำ ก่อนจะปรับมาเป็นสีและมีรีโมต


รถยนต์ส่วนมากไม่มีแอร์ เป็นเกียร์ธรรมดา


ผมใช้เวลาหลายปีมากกว่าจะขอเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านได้


จนผมเข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในตอนนั้นเป็นระบบเอ็นทรานซ์ ต้องเลือกคณะก่อนสอบ แล้วรอฟังผลทางจดหมาย หรือไปส่องไฟที่สนามจุ๊บ หรือรอดูรายชื่อทางทีวี หรือรอซื้อหนังสือพิมพ์


ใครสอบไม่ได้ก็เลือกเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน เรียนรามคำแหง หรือวิทยาลัยครูที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ


โทรศัพท์สาธารณะคิวยาวในยามเย็นค่ำ ถึงวันนี้แทบไม่มีใครใช้แล้ว


คอมพิวเตอร์เครื่องเท่าห้อง แสดงผลเป็นกระดาษเจาะรู และเริ่มมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ


จนปีสอง เริ่มมีเพจเจอร์เพื่อฝากเบอร์ให้โทรกลับ ปีสาม เริ่มเป็นเพจเจอร์แบบส่งข้อความได้ มีบริการโทรศัพท์มือถือตั้งอยู่ตามชุมชนแข่งกับตู้โทรศัพท์สาธารณะ

 

มี Netscape, Hotmail, Doramail


มี DOS C:// มี CU Word ให้ใช้พิมพ์รายงานส่ง มีโรงเรียนสอนเขียนโปรแกรม Database ภาษา C ภาษา Pascal


ปีสี่ถึงเริ่มทำงาน เริ่มมีโทรศัพท์มือถือที่พกง่ายขึ้น แต่ราคาแพง มี Phonepoint ที่โทรได้ตามจุดเท่านั้น ไม่สามารถโทรได้ทุกที่ แต่เป็นโทรศัพท์พกพา


มีคนทำธุรกิจโทรไปต่างประเทศหรือส่งแฟกซ์ราคาถูกผ่านระบบเน็ตเวิร์ก ต้องติดกล่องและมีรหัส จำไม่ได้ชัดนักว่าถูกกฎหมายไหม แต่ประหยัดลงมาก


เริ่มมี ICQ, MSN ก่อนจะถึง BB เป็นยุค www, webboard, Internet Thailand


ในช่วงนั้นผมเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมเมือง เล็งเห็นว่าคนเมืองเริ่มมีกิจกรรมมากขึ้น ห้างเริ่มขยายมากขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีเริ่มเชื่อมผู้คนเข้าหากัน


ผมรวมตัวกันกับเพื่อนเปิดเว็บไซต์ชื่อ www.sontaya.com สนธยาดอทคอม เป็นเว็บไซต์สำหรับบอกข่าวกิจกรรมการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการขายตั๋วงานต่างๆ


ผมแอบภูมิใจมากที่คิดออก และคิดเผื่ออนาคตไว้ด้วยแล้ว


แต่มันมีความผิดพลาดหลายอย่างในงานชิ้นนี้ ซึ่งผมได้เรียนรู้หลายอย่างท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ไอเดีย และการทำงาน


ความผิดพลาดข้อแรกคือชื่อสนธยา เหตุผลที่ใช้ชื่อสนธยาก็เพราะว่าเพลงของพี่ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว ที่ร้องว่า “ใครเลยจะรู้ว่าสนธยาไปไหน”


เราแอบคิดว่าคนจะเข้าใจชื่อนี้เมื่อเราสื่อสารออกไป แต่น้อยคนมากจะเข้าใจ อุตส่าห์แอบหลงภูมิใจอยู่หลายเดือน


ข้อต่อมา การบริหารจัดการ เนื้อหาเว็บไซต์ และการค้าขายบนอินเทอร์เน็ตในวันนั้นไม่ง่ายนัก เราไม่มีความสามารถอะไรกันเลยนอกจากการทำเว็บไซต์และออกแบบ ไม่รู้เรื่องการขายโฆษณา การขายของบนอินเทอร์เน็ต เพราะถ้าจะขายตั๋วงานโชว์ หรือรับจ้างประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ในวันนั้นบนอินเทอร์เน็ตไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องหาวิธีการหลากหลาย


และที่สำคัญคือทุกๆ คนมีงานประจำและสนใจงานประจำที่ทำกันอยู่เป็นหลัก แม้จะไหวตัวกันแล้วว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงนั้นมาพร้อมโอกาส แต่เราก็ล้มเหลวกันอยู่ดี


เมื่อครบถ้วนซึ่งความไม่พร้อมในหลายประการ เราก็เลิกล้มกันไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้


หลังจากนั้นไม่นาน เราก็พบเว็บไซต์ที่ชื่อ Thaiticketmaster ซึ่งตอนนั้นเองที่ทำให้เราได้เรียนรู้กันอีกว่าไม่ใช่ว่าเราเก่งที่คิดออก ใครๆ ก็คิดออก ใครๆ ก็มีไอเดียเจ๋งๆ ได้ การทำงานให้สำเร็จต่างหากที่สำคัญกว่าไอเดีย สำคัญกว่าความคิด


และอาจสำคัญไม่แพ้ไปกว่าความรู้ การลงมือปฏิบัติ หรือที่เรียกกันว่า operation นั้นสำคัญมาก เราสอบตกเรื่องของ operation แม้จะมีไอเดียที่ดีท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงแล้วก็ตาม


วกกลับมาที่การเปลี่ยนแปลงในปีนี้ ในวันนี้ ซึ่งตลอดทั้งปีที่ผ่านมาทุกๆ คนน่าจะทราบกันดีแล้วถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งสภาพเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ธุรกิจ ซึ่งเปลี่ยนแปลงด้วยความรวดเร็ว


และแน่นอนว่าเราได้เรียนรู้กันมาตลอดปีแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นมาพร้อมวิกฤตและโอกาส


เราได้เรียนรู้ถึงหลากหลายความคิดว่าอะไรกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง และเรากำลังจะเจอกับอะไรบ้างในอนาคตอันใกล้


เราได้เรียนรู้ถึงหลากหลายความคิดในการเอาตัวรอดจากการเปลี่ยนแปลง และความคิดเห็นในการหาโอกาสจากการเปลี่ยนแปลง


อย่างที่ผมเล่าให้ฟังถึงการเปลี่ยนแปลงและความล้มเหลวของผมเอง


แม้เราจะเรียนรู้กันแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังจะมา เราถูกกรอกหูผ่านตากันมาตลอดปีถึงความน่ากลัวของการเปลี่ยนแปลงในวันนี้และโอกาสในวันหน้า


คำถามคือเรารู้แล้วว่าเปลี่ยน แต่ทำอย่างไรจะไปต่อได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนั้นต่างหากที่เป็นคำถามสำคัญ


และสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือการลงมือปฏิบัติและการปรับตัวให้ได้กับการเปลี่ยนแปลงที่เรารู้แล้วว่ากำลังจะมา


เพราะลำพังเพียงแค่ความรู้ไม่อาจทำให้เราเปลี่ยนแปลงอะไรได้ การลงมือทำ ลองผิดลองถูก และเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันน่าจะเป็นทางออก


แน่นอนว่าการลงมือทำอะไรสักอย่างท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนั้นต้องอาศัยความกล้าหาญเป็นอย่างมาก เพราะเรากำลังจะทำในสิ่งที่เราไม่รู้ชัดว่าจะเปลี่ยนไปทางไหน เราเพียงแต่รู้แล้วว่ามันกำลังเปลี่ยนด้วยความรวดเร็ว


ถ้าปีนี้เป็นปีแห่งการเรียนรู้ ผมเชื่อว่าปีหน้าจะเป็นปีแห่งการปรับตัวไปกับการเปลี่ยนแปลง


ขอให้ทุกๆ คนกล้าหาญที่จะลงมือปรับตัวไปกับการเปลี่ยนแปลงในปีหน้า


สวัสดีปีใหม่ครับ

 

ภาพประกอบ: Nisakorn.r

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories