×

WHO ประกาศให้ ‘อีโบลา’ เป็นภาวะฉุกเฉินโลก หลังมีผู้เสียชีวิต 80 ราย

18.05.2026
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังเตรียมรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกา

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาในคองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังพบผู้เสียชีวิต 80 ราย และผู้ติดเชื้อกว่า 250 ราย

 

 
 

เมื่อวานนี้ (17 พฤษภาคม) ดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO ออกแถลงการณ์ประกาศว่า การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว (Bundibugyo) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หลังมีจำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งสูง 80 ราย และผู้ป่วยจำนวนมากกว่า 250 ราย

 

อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่า การแพร่ระบาดของอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียวยังไม่เข้าเกณฑ์ภาวะฉุกเฉินจนถึงกับเป็นการระบาดครั้งใหญ่ (Pandemic) แต่มีความเสี่ยงสูงที่โรคนี้อาจแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ ที่มีพรมแดนทางบกติดกับคองโก เพราะไม่มีวัคซีนหรือวิธีรักษาโดยเฉพาะ ต่างจากอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire)

 

WHO ยังเปิดเผยด้วยว่า คองโกเผชิญกับการแพร่ระบาดของอีโบลาครั้งที่ 17 โดยสถานการณ์จริงอาจรุนแรงกว่านี้มาก เมื่อพิจารณาจากอัตราผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมออกคำแนะนำว่า ผู้ป่วยไม่ควรเดินทางไปต่างประเทศ ต้องมีการแยกตัวผู้ป่วย และห้ามเดินทางระหว่างประเทศจนกว่าจะครบ 21 วันในการกักตัว

 

นอกจากนี้ WHO เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ไม่ปิดพรมแดนหรือจำกัดการเดินทางและการค้า เนื่องจากอาจทำให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้ช่องทางข้ามพรมแดนอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้และเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่ระบาด

 

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในแอฟริกา โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ประกาศให้อีโบลาเป็นโรคระบาดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่า จะมีการประชุมฉุกเฉินอีกรอบเพื่อยกระดับให้เป็นโรคระบาดระดับทวีปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

ดร. ฌอน คาเซยา ผู้อำนวยการใหญ่ Africa CDC ให้สัมภาษณ์กับ Sky News ว่า เขากำลังตื่นตระหนกกับอีโบลา เพราะมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก แต่กลับไม่มีตัวยา ไม่มีวัคซีนที่จะช่วยเหลือประเทศต่างๆ พร้อมย้ำว่า การระบาดของอีโบลาแสดงให้เห็นความจำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถเพื่อผลิตยาและวัคซีนในแอฟริกา

 

“ประเทศตะวันตกไม่เข้าใจว่าเมื่อแอฟริกาได้รับผลกระทบ พวกเขาก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน เพราะมีผู้คนเดินทางโดยเครื่องบินทุกวัน” คาเซยาชี้ว่า ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความเท่าเทียม

 

ปัจจุบัน คาเซยาอยู่ในกรุงเจนีวาเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลกประจำปี แต่วางแผนจะกลับแอฟริกาในวันพรุ่งนี้เพื่อรับมือสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ เขากำลังเจรจากับบริษัทต่างๆ เพื่อหาอุปกรณ์รักษาและป้องกัน เช่น ชุดทดสอบ วัคซีน หรือเสาะหาวิธีการรักษาในขั้นต้น

 

มีผู้ป่วยอย่างน้อย 200 ราย – จับตาชาวอเมริกันติดเชื้อ

 

หน่วยงานด้านสุขภาพของสหประชาชาติระบุในแถลงการณ์ว่า มีผู้ป่วยในจังหวัดอิตูรี ประเทศคองโกราว 240 ราย และผู้เสียชีวิต 80 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยจากห้องปฏิบัติการอีก 8 ราย ซึ่งการแพร่ระบาดครอบคลุมอย่างน้อย 3 แห่ง ได้แก่ เมืองบูเนีย (Bunia), รวัมปารา (Rwampara) และมองบวาลู (Mongbwalu)

 

ทั้งนี้ สำนักข่าว CBS News รายงานว่า มีชาวอเมริกันอย่างน้อย 6 คนในคองโกที่สัมผัสกับเชื้อไวรัสอีโบลา โดย 3 คนในจำนวนนี้ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่อาจติดเชื้อ ขณะที่ STAT News ระบุว่า อาจมีชาวอเมริกัน 1 คนที่เริ่มแสดงอาการแล้ว

 

อนึ่ง บุนดีบูเกียวเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของไวรัสอีโบลา โดยข้อมูลจาก WHO ระบุว่า เคยมีการระบาดของสายพันธุ์นี้มาแล้ว 2 ครั้งในอดีต แต่ครั้งนี้มีความพิเศษ เพราะยังไม่มีวิธีการรักษาหรือวัคซีนรับมือโดยเฉพาะ

 

ภาพ: Victoire Mukenge / Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising