×

ทำเนียบขาวเชื่อมั่น มาตรการเยียวยาจะผ่านสภาในที่สุด, Fed ส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยยาวเพื่อหนุนเศรษฐกิจ: 5 ปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้ (20 ต.ค. 2563)

โดย FINNOMENA
20.10.2020
  • LOADING...
  • จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ โดยวันนี้ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีกำหนดประกาศอัตราดอกเบี้ย Loan Prime Rate (LPR) ซึ่งเป็นหนึ่งในอัตราดอกเบี้ยที่ PBOC ใช้ในการอ้างอิงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านการปล่อยสินเชื่อในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.85% ต่อไป จากทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังผ่านการปิดเมืองช่วงโควิด-19 ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศตัวเลขคำขออนุญาตสร้างบ้านประจำเดือนกันยายน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 1.52 ล้านหลัง เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 2.98% จากระดับ 1.476 ล้านหลัง จากทิศทางยอดซื้อบ้านและขอสินเชื่อที่ขยายตัวจากระดับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำเป็นประวัติการณ์

 

  • คณะกรรมการจัดการดีเบตประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่าจะใช้มาตรการปิดเสียงไมโครโฟนผู้โต้วาทีอีกฝ่ายขณะที่อีกฝ่ายพูดอยู่ เพื่อป้องกันการพูดแทรกและทำให้การโต้วาทีไม่ราบรื่น หลังการดีเบตรอบแรกมีการขัดจังหวะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง พร้อมกันนี้ทางคณะกรรมการยังยืนยันกำหนดการดีเบตรอบสุดท้ายในวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมนี้ โดยการจัดโต้วาทีในครั้งนี้จะเป็นประเด็นเรื่องการแก้ปัญหาโควิด-19, ภาวะการเป็นผู้นำสหรัฐฯ, ความขัดแย้งด้านเชื้อชาติในสหรัฐฯ, การแก้ไขปัญหาโลกร้อน รวมทั้งประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติ และภาคครัวเรือนในสหรัฐฯ 

 

  • อลิสซา ฟาราห์ โฆษกทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์อีกครั้งเกี่ยวกับการผ่านร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวได้ ซึ่งตัวแทนทั้งสองฝ่ายยังคงเจรจาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทางด้าน แนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายประนีประนอมต่อกันเพื่อผ่านร่างมาตรการดังกล่าวภายใน 48 ชั่วโมง

 

  • ริชาร์ด แคลริดา รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ นั้นเป็นไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวยังคงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากนโยบายการเงินจากธนาคารกลาง ซึ่ง Fed จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับ 0% ต่อไปจนกว่าเงินเฟ้อจะแตะระดับเป้าหมาย 2% และมั่นใจว่าตลาดแรงงานมีความแข็งแกร่ง พร้อมกับมาตรการทางการคลังที่จะต้องช่วยหนุนเพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จำเป็นต้องใช้เวลาอีก 1 ปีเพื่อให้ขยายตัวกลับสู่ระดับปกติก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ตลาดแรงงานจะต้องใช้เวลามากกว่านั้น

 

  • วานนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่ 63,941 คัน ลดลง 34.45%YoY แต่ฟื้นตัวจากเดือนสิงหาคม 11.39%MoM ส่งผลให้ 9 เดือนแรกส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปได้ 521,457 คัน ลดลงจากปีก่อนหน้า 31.85%YoY จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับทั่วโลก ซึ่ง ส.อ.ท. คาดการณ์ว่าหากไม่เกิดการแพร่ระบาดทั่วโลกอีกครั้ง ยอดการส่งออกจะสามารถแตะระดับ 700,000 คันได้ ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศประจำเดือนกันยายนนั้นอยู่ที่ 77,433 คัน ลดลง 4.1%YoY แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 12.41%MoM ส่งผลให้ 9 เดือนแรกมียอดขายรถยนต์ภายในประเทศรวม 534,219 คัน ลดลง 22.1%YoY จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกัน แต่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง และมาตรการส่งเสริมการขายของผู้จำหน่ายจำนวนมากช่วยหนุนให้เกิดแรงซื้อที่ดีขึ้น

 

ภาวะตลาดวานนี้

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงจากความกังวลที่มาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐฯ รอบใหม่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในเร็วๆ นี้ หลังทั้งสองพรรคมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายๆ ด้าน ส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ อาจล่าช้าไปอีก สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวลงเช่นกันจากปัจจัยจำนวนผู้ติดโควิด-19 ในยุโรปที่ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ทางการต้องเพิ่มระดับมาตรการล็อกดาวน์อีก และอาจกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในยุโรปโดยตรง

 

  • สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงเล็กน้อยจากความกังวลเรื่องจำนวนผู้ติดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมันในปีนี้ และอาจส่งผลให้น้ำมันล้นตลาดได้ ด้านสัญญาทองคำปรับตัวขึ้นจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่อาจเกิดความล่าช้าจากสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าว

 

สหรัฐฯ

  • Dow Jones อยู่ที่ 28,195.42 ลดลง 410.89 (-1.44%)
  • S&P 500 อยู่ที่ 3,426.92 ลดลง 56.89 (-1.63%)
  • Nasdaq อยู่ที่ 11,478.88 ลดลง 192.67 (-1.65%)

 

ยุโรป

  • DAX อยู่ที่ 12,854.66 ลดลง 54.33 (-0.42%)
  • FTSE 100 อยู่ที่ 5,884.65 ลดลง 34.93 (-0.59%)
  • Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3,234.75 ลดลง 10.72 (-0.33%)
  • FTSE MIB อยู่ที่ 19,374.21 ลดลง 15.47 (-0.08%)

 

เอเชีย

  • Nikkei 225 อยู่ที่ 23,671.13 เพิ่มขึ้น 260.5 (+1.11%)
  • S&P/ASX 200 อยู่ที่ 6,229.4 เพิ่มขึ้น 52.6 (+0.85%)
  • Shanghai อยู่ที่ 3,312.67 ลดลง 23.69 (-0.71%)
  • SZSE Component อยู่ที่ 13,421.19 ลดลง 111.53 (-0.82%)
  • China A50 อยู่ที่ 15,911.51 ลดลง 72.98 (-0.46%)
  • Hang Seng อยู่ที่ 24,542.26 เพิ่มขึ้น 155.47 (+0.64%)
  • Taiwan Weighted อยู่ที่ 12,908.34 เพิ่มขึ้น 157.97 (+1.24%)
  • SET อยู่ที่ 1,208.75 ลดลง 24.93 (-2.02%)
  • KOSPI อยู่ที่ 2,346.74 เพิ่มขึ้น 5.21 (+0.22%)
  • IDX Composite อยู่ที่ 5,126.33 เพิ่มขึ้น 22.92 (+0.45%)
  • BSE Sensex อยู่ที่ 40,431.6 เพิ่มขึ้น 448.62 (+1.12%)
  • PSEi Composite อยู่ที่ 6,019.26 เพิ่มขึ้น 120.79 (+2.05%)

 

Commodity

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 40.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.03 (+0.07%)
  • ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 42.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 0.46 (-107%)
  • ราคาทองคำ อยู่ที่ 1,903.1 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 4.13 (+0.22%)

 

FINNOMENA

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง: 

  • Infoquest
  • Bloomberg
  • Investing
  • CNBC
  • Reuters
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories