×

สภาทองคำโลกคาดทองคำขาขึ้นรอบนี้อาจยาวกว่าในอดีต ตั้งแต่ต้นปีเงินทุนไหลเข้ากองทุนทองคำกว่า 1.6 ล้านล้านบาท

11.09.2025
สภาทองคำโลก

ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เงินทุนไหลเข้ากองทุน ETF ที่เน้นลงทุนในทองคำสุทธิกว่า 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.6 ล้านล้านบาท ขณะที่สภาทองคำโลก (World Gold Council) คาดขาขึ้นของราคาทองคำรอบนี้อาจยาวกว่าที่ผ่านมา

 

เม็ดเงินที่ไหลเข้าสุทธิในกองทุน ETF ทองคำกว่า 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์ มาจากอเมริกาเหนือ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ยุโรป 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ เอเชีย 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และภูมิภาคอื่นๆ อีก 501 ล้านดอลลาร์

 

เซาไก ฟาน หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า ขาขึ้นของราคาทองคำครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะมันไม่ใช่แค่การตอบสนองต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในมุมมองของผู้คนที่มีต่อสถาบันดั้งเดิม เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ และความเชื่อมั่นในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 

 

“ผมคิดว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวมากกว่าการตอบสนองระยะสั้นต่อสถานการณ์อย่างโควิดในปี 2020 หรือวิกฤตการเงินในปี 2008 ปัญหาต่างๆ ในปัจจุบันเป็นปัจจัยระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง นั่นคือเหตุผลที่ผมคิดว่าขาขึ้นของทองคำรอบนี้มีความเป็นไปได้ที่อาจยาวกว่าครั้งก่อนๆ” เซาไกกล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปมองในอดีตที่ผ่านมา จะเห็นว่าขาขึ้นรอบใหญ่ของทองคำมีอยู่ 2 ช่วงสำคัญ คือ ช่วงทศวรรษที่ 1970s ที่ราคาทองคำเริ่มขยับจาก 35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขึ้นไปสูงสุดที่เกือบ 900 ดอลลาร์ ในช่วงต้นปี 1980 ก่อนที่ทองคำจะร่วงลงมาอยู่ในกรอบ 200 – 500 ดอลลาร์ ยาวนานถึง 25 ปี 

 

ถัดมาคือช่วงปี 2006 ที่ราคาทองคำทะลุ 600 ดอลลาร์ ได้อีกครั้ง ก่อนจะวิ่งขึ้นไปเกือบ 2,000 ดอลลาร์ ในปี 2011 หลังจากนั้นก็ใช้เวลาถึง 9 ปี จนมาถึงช่วงวิกฤตโควิด-19 กว่าที่ราคาทองคำจะกลับมาทะลุ 2,000 ดอลลาร์ ได้ในที่สุด

 

ส่วนขาขึ้นรอบนี้เริ่มจากช่วงต้นปี 2024 มาถึงปัจจุบัน ราคาทองคำวิ่งจาก 2,000 ดอลลาร์ มาสู่ระดับ 3,600 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 80% ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี

 

เซาไกกล่าวต่อว่า ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำต่อเนื่อง แม้จะซื้อเพิ่มในอัตราที่ชะลอลง โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ธนาคารกลางถือครองทองคำรวมกันเพิ่มขึ้น 166 ตัน 

 

“3 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำรวมกันปีละกว่า 1,000 ตันต่อปี เพื่อลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก” 

 

ความต้องการทองคำในไทยสูงอันดับ 7 ของโลก

 

เมื่อปี 2024 ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำในไทยอยู่ที่ราว 40 ตัน เพิ่มขึ้น 17% จากปี 2023 สูงเป็นอันดับ 7 ของโลก ขณะที่ความต้องการทองคำโดยรวมของผู้บริโภคในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ โดยปริมาณความต้องการทองคำรวมเพิ่มขึ้นถึง 12 ตัน หรือเติบโต 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

 

ในขณะที่ความต้องการเครื่องประดับทองคำในไทยสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก โดยปริมาณลดลง 20% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม แนวโน้มตลาดในภูมิภาคอาเซียนแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค โดยหันมานิยมเครื่องประดับที่มีความบริสุทธิ์ต่ำลง 

 

จากการศึกษาพบว่าคนไทยมองทองคำเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาวและเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน โดยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มการออมทองคำแท่งในรูปแบบดิจิทัล อาทิ แอปพลิเคชันเป๋าตังได้มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นความต้องการซื้อทองคำในตลาดให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

ภาพ: Oliver Helbig / GettyImages

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories