×

กมธ. ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินฯ ส่งหนังสือเรียกซีอีโอ Webull ชี้แจงมาตรฐานระบบ KYC/CDD ด้าน ‘ชลเดช’ CEO วีบูลล์ พร้อมเข้าให้ข้อมูล ยืนยันความบริสุทธิ์

08.06.2026
  • LOADING...
ภาพ ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand

คณะกรรมาธิการการ (กมธ. ) ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือเชิญ ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่อาคารรัฐสภา

 

 
 

พิทักษ์เดช เดชเดโช ประธาน กมธ. ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ระบุในหนังสือว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาและตรวจสอบมาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์เป็นช่องทางในการเปิด ‘บัญชีม้า’ และการฟอกเงิน

 

สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มเทรดหุ้นออนไลน์ของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นช่องทางในการเปิดบัญชีและรับโอนเงินจากการกระทำความผิด ซึ่งกรณีดังกล่าวมีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับช่องโหว่ทางกฎหมาย ตลอดจนระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (KYC/CDD) ที่อาจไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด

 

หนังสือดังกล่าวยังระบุถึงข้อกังวลว่า ช่องโหว่เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในระบบตลาดทุน สร้างความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนไทยและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

 

เพื่อให้การพิจารณาศึกษาเป็นไปด้วยความรอบคอบ คณะกรรมาธิการฯ จึงขอเชิญผู้บริหารของ Webull Thailand เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยหนังสือประทับตรา ‘ด่วนที่สุด’ ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ได้กำหนดให้ทางบริษัทต้องแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมกลับไปยังสำนักกรรมาธิการ 2 ภายในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569

 

ภาพ ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand 1

 

ซีอีโอ Webull Thailand ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมเข้าให้ข้อมูล กมธ.ฟอกเงิน

 

ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD WEALTH เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ระบุว่า ตนเตรียมพร้อมเข้าให้ข้อมูลต่อ คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนนี้

 

โดยตนมีความยินดีและพร้อมชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากที่ผ่านมาตนในฐานะนายกสมาคมฟินเทคก็เคยเข้าไปช่วยงานกรรมาธิการชุดนี้อยู่แล้ว

 

อีกการที่มีกำหนดการจากสำนักงาน ก.ล.ต. และ ปปง. เตรียมเข้าตรวจสอบบริษัทในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ก็ยินดีพร้อมให้ตรวจสอบเพื่อยันยืนความบริสุทธิ์

 

ภาพ ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand 2

ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand

 

แจงกลับ 3 ข้อกล่าวหาเท็จ ยืนยันมาตรฐานการเงินรัดกุม

 

สำหรับประเด็นที่สื่อดังกล่าวพยายามกล่าวหา Webull Thailand ชลเดชได้ชี้แจงหักล้างใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

 

  • ข้อกล่าวหาเรื่องการรับฝากเงินสด: ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เพราะไม่มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ใดที่ลูกค้าจะสามารถนำเงินสดมาฝากได้ ถือเป็นข่าวเท็จอย่างสิ้นเชิง

 

  • ข้อกล่าวหาเรื่องการทำธุรกิจธนาคารเถื่อน: เป็นการบิดเบือนความจริงจากการที่ลูกค้าฝากเงินบาทเข้ามาเพื่อแปลงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐสำหรับการลงทุน และบริษัทมีการจ่ายดอกเบี้ยให้ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานปกติของบริษัทหลักทรัพย์ทั่วไปที่สามารถให้ดอกเบี้ยเงินฝากได้ทั้งสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศ

 

  • ข้อกล่าวหาเรื่องกระบวนการ KYC หละหลวม: บริษัทยืนยันว่ามีกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า (KYC) และป้องกันการฟอกเงินที่เข้มงวดกว่าบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม โดยการฝากเงินเข้าระบบต้องทำผ่าน Dynamic QR Code ที่สร้างขึ้นเฉพาะครั้งเมื่อลูกค้าล็อกอินเข้าระบบเท่านั้น และบัญชีธนาคารต้นทางที่โอนเข้ามาจะต้องมีชื่อตรงกับบัญชีหลักทรัพย์แบบ 100% จึงจะสามารถทำรายการได้ ในขณะที่โบรกเกอร์อื่นบางแห่งยังยอมให้โอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงแล้วค่อยตรวจสอบ หรือแย่กว่านั้นคือใครโอนเข้ามาก็ได้แล้วค่อยนำบัญชีเงินฝากไปผูกกับบัญชีเทรด

 

ความจริงเรื่อง ‘บัญชีม้า’ และการยกระดับเทคโนโลยีตรวจจับมิจฉาชีพ

 

ต่อประเด็นเรื่องบัญชีม้านั้น ชลเดชชี้แจงว่า บัญชีม้าทั้งหมดมีต้นทางมาจากธนาคาร ไม่ได้เกิดจากบริษัทหลักทรัพย์ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือเข้ามาว่าพบร่องรอยบัญชีม้าจากธนาคารจำนวน 2 ราย โอนเงินเข้ามาในระบบของ Webull เพื่อซื้อขายหุ้นแล้วโอนเงินออกไป ซึ่งกระบวนการเปิดบัญชีของบริษัทนั้นถูกต้องตามปกติทุกอย่าง แต่เมื่อทราบเรื่อง Webull ได้ให้ความร่วมมือขั้นสูงสุดโดยส่งทีมเข้าไปทำงานในวอร์รูมร่วมกับตำรวจ จนสามารถขยายผลจับกุมบัญชีม้าเพิ่มเติมได้อีกถึง 40 บัญชี

 

นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาแบบจำลอง Internal Scoring ขึ้นมาเพื่อตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัย เช่น การฝากถอนเงินจำนวนน้อยเพื่อทดสอบระบบ ก่อนฝากก้อนใหญ่แล้วถอนออกทันทีโดยไม่มีการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้น หากพบพฤติกรรมลักษณะนี้ ระบบจะระงับการถอนเงินแบบเรียลไทม์ (Real-time) ทันที ซึ่ง Webull ถือเป็นโบรกเกอร์เดียวในไทยที่มีระบบอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าถอนเงินได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ในช่วงแรกอาจมีมิจฉาชีพพยายามเข้ามาใช้ช่องทางนี้ แต่บริษัทได้อุดช่องโหว่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้วโดยไม่กระทบต่อลูกค้าที่ซื้อขายตามปกติ

 

ในช่วงท้าย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand ยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญกับความถูกต้องตามกฎเกณฑ์ทุกอย่าง และยินดีให้หน่วยงานกำกับดูแลทั้ง ก.ล.ต. และ ปปง. เข้ามาตรวจสอบในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ พร้อมทั้งยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่มีการยอมความในคดีหมิ่นประมาทที่ฟ้องร้องบางสื่อไปก่อนหน้านี้ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กรและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อไป

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories