คณะกรรมาธิการการ (กมธ. ) ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือเชิญ ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand เข้าให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการ ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. ที่อาคารรัฐสภา
ประเด็นสำคัญ
พิทักษ์เดช เดชเดโช ประธาน กมธ. ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด ระบุในหนังสือว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาและตรวจสอบมาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์เป็นช่องทางในการเปิด ‘บัญชีม้า’ และการฟอกเงิน
สืบเนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มเทรดหุ้นออนไลน์ของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นช่องทางในการเปิดบัญชีและรับโอนเงินจากการกระทำความผิด ซึ่งกรณีดังกล่าวมีความเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับช่องโหว่ทางกฎหมาย ตลอดจนระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (KYC/CDD) ที่อาจไม่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด
หนังสือดังกล่าวยังระบุถึงข้อกังวลว่า ช่องโหว่เหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในระบบตลาดทุน สร้างความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง รวมทั้งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนไทยและระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
เพื่อให้การพิจารณาศึกษาเป็นไปด้วยความรอบคอบ คณะกรรมาธิการฯ จึงขอเชิญผู้บริหารของ Webull Thailand เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 407 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยหนังสือประทับตรา ‘ด่วนที่สุด’ ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ได้กำหนดให้ทางบริษัทต้องแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมกลับไปยังสำนักกรรมาธิการ 2 ภายในวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2569

ซีอีโอ Webull Thailand ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมเข้าให้ข้อมูล กมธ.ฟอกเงิน
ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand ให้สัมภาษณ์ THE STANDARD WEALTH เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ระบุว่า ตนเตรียมพร้อมเข้าให้ข้อมูลต่อ คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนนี้
โดยตนมีความยินดีและพร้อมชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากที่ผ่านมาตนในฐานะนายกสมาคมฟินเทคก็เคยเข้าไปช่วยงานกรรมาธิการชุดนี้อยู่แล้ว
อีกการที่มีกำหนดการจากสำนักงาน ก.ล.ต. และ ปปง. เตรียมเข้าตรวจสอบบริษัทในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ก็ยินดีพร้อมให้ตรวจสอบเพื่อยันยืนความบริสุทธิ์

ชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Webull Thailand
แจงกลับ 3 ข้อกล่าวหาเท็จ ยืนยันมาตรฐานการเงินรัดกุม
สำหรับประเด็นที่สื่อดังกล่าวพยายามกล่าวหา Webull Thailand ชลเดชได้ชี้แจงหักล้างใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- ข้อกล่าวหาเรื่องการรับฝากเงินสด: ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เพราะไม่มีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ใดที่ลูกค้าจะสามารถนำเงินสดมาฝากได้ ถือเป็นข่าวเท็จอย่างสิ้นเชิง
- ข้อกล่าวหาเรื่องการทำธุรกิจธนาคารเถื่อน: เป็นการบิดเบือนความจริงจากการที่ลูกค้าฝากเงินบาทเข้ามาเพื่อแปลงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐสำหรับการลงทุน และบริษัทมีการจ่ายดอกเบี้ยให้ ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานปกติของบริษัทหลักทรัพย์ทั่วไปที่สามารถให้ดอกเบี้ยเงินฝากได้ทั้งสกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศ
- ข้อกล่าวหาเรื่องกระบวนการ KYC หละหลวม: บริษัทยืนยันว่ามีกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า (KYC) และป้องกันการฟอกเงินที่เข้มงวดกว่าบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม โดยการฝากเงินเข้าระบบต้องทำผ่าน Dynamic QR Code ที่สร้างขึ้นเฉพาะครั้งเมื่อลูกค้าล็อกอินเข้าระบบเท่านั้น และบัญชีธนาคารต้นทางที่โอนเข้ามาจะต้องมีชื่อตรงกับบัญชีหลักทรัพย์แบบ 100% จึงจะสามารถทำรายการได้ ในขณะที่โบรกเกอร์อื่นบางแห่งยังยอมให้โอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงแล้วค่อยตรวจสอบ หรือแย่กว่านั้นคือใครโอนเข้ามาก็ได้แล้วค่อยนำบัญชีเงินฝากไปผูกกับบัญชีเทรด
ความจริงเรื่อง ‘บัญชีม้า’ และการยกระดับเทคโนโลยีตรวจจับมิจฉาชีพ
ต่อประเด็นเรื่องบัญชีม้านั้น ชลเดชชี้แจงว่า บัญชีม้าทั้งหมดมีต้นทางมาจากธนาคาร ไม่ได้เกิดจากบริษัทหลักทรัพย์ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือเข้ามาว่าพบร่องรอยบัญชีม้าจากธนาคารจำนวน 2 ราย โอนเงินเข้ามาในระบบของ Webull เพื่อซื้อขายหุ้นแล้วโอนเงินออกไป ซึ่งกระบวนการเปิดบัญชีของบริษัทนั้นถูกต้องตามปกติทุกอย่าง แต่เมื่อทราบเรื่อง Webull ได้ให้ความร่วมมือขั้นสูงสุดโดยส่งทีมเข้าไปทำงานในวอร์รูมร่วมกับตำรวจ จนสามารถขยายผลจับกุมบัญชีม้าเพิ่มเติมได้อีกถึง 40 บัญชี
นอกจากนี้ บริษัทยังได้พัฒนาแบบจำลอง Internal Scoring ขึ้นมาเพื่อตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัย เช่น การฝากถอนเงินจำนวนน้อยเพื่อทดสอบระบบ ก่อนฝากก้อนใหญ่แล้วถอนออกทันทีโดยไม่มีการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้น หากพบพฤติกรรมลักษณะนี้ ระบบจะระงับการถอนเงินแบบเรียลไทม์ (Real-time) ทันที ซึ่ง Webull ถือเป็นโบรกเกอร์เดียวในไทยที่มีระบบอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าถอนเงินได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ในช่วงแรกอาจมีมิจฉาชีพพยายามเข้ามาใช้ช่องทางนี้ แต่บริษัทได้อุดช่องโหว่ดังกล่าวเรียบร้อยแล้วโดยไม่กระทบต่อลูกค้าที่ซื้อขายตามปกติ
ในช่วงท้าย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Webull Thailand ยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญกับความถูกต้องตามกฎเกณฑ์ทุกอย่าง และยินดีให้หน่วยงานกำกับดูแลทั้ง ก.ล.ต. และ ปปง. เข้ามาตรวจสอบในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ พร้อมทั้งยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่มีการยอมความในคดีหมิ่นประมาทที่ฟ้องร้องบางสื่อไปก่อนหน้านี้ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องชื่อเสียงขององค์กรและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อไป

