คณะผู้แทนพรรคประชาชนเดินทางเข้าร่วม Global Progressive Mobilisation (GPM) ณ Fira Barcelona เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 17–18 เมษายน 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คนจากมากกว่า 40 ประเทศ ประกอบด้วยผู้นำรัฐบาล นายกเทศมนตรี ผู้แทนสหภาพแรงงาน และนักวิจัยชั้นนำ
ประเด็นสำคัญ
คณะผู้แทนพรรคประชาชนประกอบด้วย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค, ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค, รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ, ภัณฑิล น่วมเจิม สส. กทม. เขตคลองเตย-วัฒนา และ ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส. กทม. เขตบางบอน จอมทอง หนองแขม
พร้อมด้วย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส. พรรพอนาคตใหม่ ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานและแลกเปลี่ยนกับองค์กรระหว่างประเทศในการออกแบบนโยบายเพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตผู้คนในยุคภูมิรัฐศาสตร์โลกผันผวน
สัญลักษณ์สามเหลี่ยมคว่ำและสามเสาหลักของประชาธิปไตยสังคม
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ได้ขึ้นกล่าวในเวทีนโยบายเศรษฐกิจภายใต้หัวข้อ ‘An Economy that Works for the People’ ร่วมกับนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำอย่าง มาเรียนา มัซซูกาโต จาก UCL, เอสเธอร์ ลินช์ เลขาธิการ ETUC และผู้นำพรรคการเมืองจากยุโรปหลายประเทศ
วีระยุทธเริ่มต้นด้วยการชูสัญลักษณ์พรรคประชาชน ซึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมคว่ำ เพื่ออธิบายปรัชญาพื้นฐานของพรรคว่า ‘เป็นการสู้กับโครงสร้างอำนาจแนวดิ่ง’ ที่สร้างระบบอำนาจนิยมและหล่อเลี้ยงความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ
จากนั้นวีระยุทธนำเสนอ 3 เสาหลักของการขับเคลื่อนประชาธิปไตยสังคมในประเทศกำลังพัฒนา โดยเน้นว่าความยากคือต้องผลักดันทั้งสามเสาพร้อมกัน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถพาประเทศก้าวไปข้างหน้าได้
เสาที่หนึ่ง Firm Ground (พื้นฐานที่มั่นคง): ต้องสร้างรากฐานในประเทศให้แน่นก่อน ทั้งระบบสุขภาพถ้วนหน้า โครงข่ายความคุ้มครองทางสังคม และความเท่าเทียมทางกฎหมาย โดยยกการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทยเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่ทำได้จริงแล้ว
อย่างไรก็ดี วีระยุทธชี้ว่าในทางปฏิบัตินั้น การสร้างพื้นฐานที่มั่นคงต้องต่อสู้กับ ‘การจัดสรรงบประมาณที่ฉ้อฉลไร้ประสิทธิภาพ’ และการจัดซื้อจัดจ้างเชิงยุทธศาสตร์ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีทั้งผลประโยชน์และอุดมการณ์ที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง พร้อมเสริมว่าต้องนำหลัก pre-distribution หรือการทำงบประมาณที่สนับสนุนการลดความเหลื่อมล้ำตั้งแต่ต้น ไม่ควรรอนโยบายด้านภาษีหรือเงินโอนเท่านั้น
เสาที่สอง Fair Game (กติกาที่เป็นธรรม): เสาที่สองคือการสร้างกติกาที่เป็นธรรม ให้สังคมมีขื่อมีแป ผ่านการผลักดันค่าแรงที่เป็นธรรม ต่อสู้กับทุนผูกขาดทั้งในประเทศและ Tech Firm ที่เข้ามาลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา และยังเล่าถึงปัญหาเฉพาะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านการถูกทุ่มตลาดด้วยสินค้าราคาถูก ส่งผลกระทบต่อการค้าและการผลิตในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
“สิ่งที่ต้องการคือ re-regulation ไม่ใช่ deregulation เราต้องกำกับดูแลให้มากขึ้นและฉลาดขึ้น”
เสาที่สาม Future-Oriented Growth (การเติบโตที่มุ่งสู่อนาคต): การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพื่อลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำยังมีความสำคัญยิ่งต่อประเทศกำลังพัฒนา แต่ความท้าทายคือการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมที่อาศัยเชื้อเพลิงฟอสซิลและเกษตรกรรมที่ตั้งอยู่บนระบบอุปถัมภ์ทางการเมืองไปสู่เศรษฐกิจแห่งอนาคตที่ใช้พลังงานสะอาดและเทคโนโลยี ซึ่งต้องใช้ต้นทุนทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจที่มหาศาลเพื่อการเปลี่ยนผ่านนี้
ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเปลี่ยนทัศนคติของผู้กำหนดนโยบายทั้งในและต่างประเทศให้รัฐเป็นหัวหอกการลงทุนที่อยู่บนหลักการ “กระจายความเสี่ยงและผลตอบแทน” ไม่ปล่อยให้สังคมมาแบกรับความเสี่ยง แต่รางวัลตกอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็นเสือนอนกินเท่านั้น
เรียกร้องความร่วมมือระหว่างประเทศ อย่าให้กลายเป็น Neoliberalism 2.0
ในช่วงอภิปรายสรุป ดร. วีระยุทธเตือนว่า “จำได้ไหมว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจากวิกฤติน้ำมันในช่วงทศวรรษ 1970 คืออะไร?” คำตอบคือแนวทางเสรีนิยมใหม่ (neoliberalism) ที่ลดทอนอำนาจประชาชนะและรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนา
ดังนั้น หากปราศจากความร่วมมือระหว่างประเทศในการออกจากวิกฤติครั้งนี้ เราอาจเผชิญกับเสรีนิยมใหม่ 2.0 ก็ได้ พร้อมเรียกร้องให้ชุมชนก้าวหน้าโลกร่วมมือกันสามด้าน ได้แก่ การเสริมสมรรถนะภาพของรัฐเพื่อให้สามารถดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมได้จริง, การถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการกำกับดูแลและติดตามแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรป และการร่วมลงทุนในการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด
เสนอ ‘แพลตฟอร์มข่าวรายสัปดาห์’ รับมือวิกฤติโลก
หนึ่งในข้อเสนอของวีระยุทธคือการจัดตั้ง แพลตฟอร์มข่าวและองค์ความรู้รายสัปดาห์ ของแนวคิดก้าวหน้า
เขาตั้งคำถามว่า “ลองนึกถึง Financial Times หรือ The Economist หรือ World Economic Forum ที่ทุกสัปดาห์จะมีการตีความว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลก เราจะตีความปัญหาวิกฤตน้ำมันอย่างไร อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ถ้ารอแต่งานวิชาการซึ่งมีนัยสำคัญแต่จะใช้เวลานานในการผลิตก็อาจไม่เพียงพอในการทำงานเชิงความคิด ในรายสัปดาห์หรือแม้แต่รายวัน เราต้องการแพลตฟอร์มข่าวและองค์ความรู้เพื่อตีความโลกผ่านมุมมองที่หลากหลายขึ้น เพื่อมองเห็นรวมกันว่าเราควรจับมือกันทำอะไรต่อไป”
การประชุมเครือข่ายนานาชาติของพรรคสังคมประชาธิปไตย (social democratic parties) ทั่วโลกจัดขึ้นภายใต้การประสานงานระหว่าง Party of European Socialists, Socialist International และ Progressive Alliance โดยมีผู้นำระดับโลกร่วมเวทีจำนวนมาก อาทิ ประธานาธิบดีบราซิล ลูลา, นายกรัฐมนตรีสเปน เปโดร ซานเชซ, ประธานาธิบดีเม็กซิโก คลอเดีย เชนบาวม์ รองนายกรัฐมนตรีเยอรมัน ลาร์ส คลิงไบล์ และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ มาเรีย เรสซา


