วันนี้ (21 ตุลาคม) สโมสรนักศึกษาอุเทนถวาย คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย กว่า 300 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้เป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือยุติความขัดแย้งระหว่างนักศึกษาอุเทนถวายและช่างกลปทุมวัน ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน
ทางกลุ่มนักศึกษาได้เสนอให้มีการเปิดเวทีพูดคุยระหว่างสองสถาบัน เพื่อจัดทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และส่งเสริมกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ มุ่งสร้างความเข้าใจและมิตรภาพที่ยั่งยืน พร้อมชูแนวคิด “ความขัดแย้งในอดีต ไม่ควรเป็นมรดกของคนรุ่นใหม่”
วิวัฒน์ ญาติคำ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ตัวแทนนักศึกษาอุเทนถวาย ออกมาแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยประกาศอย่างชัดเจนว่า อุเทนถวายพร้อมยุติความรุนแรงและจะไม่ก่อเหตุขึ้นอีก เนื่องจากตระหนักดีว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่เพียงส่งผลกระทบต่อนักศึกษาของทั้งสองสถาบัน แต่ยังสร้างความเดือดร้อนและความไม่ปลอดภัยให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ การแสดงจุดยืนครั้งนี้ไม่ได้ต้องการตัดสินว่าใครถูกหรือผิด แต่ต้องการสื่อสารว่าปัญหาควรได้รับการแก้ไขด้วยการเจรจา มากกว่าการใช้กำลังตอบโต้กัน
ขณะเดียวกัน วิวัฒน์ได้กล่าวถึงประเด็นการย้ายสถานศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่กลุ่มนักศึกษายังคงมีข้อสงสัย โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการย้ายออกจากพื้นที่อุเทนถวาย เนื่องจากสถานศึกษามีความพร้อมทั้งด้านการเรียนการสอน บุคลากร และเป็นรากฐานของการศึกษาสายช่างมาอย่างยาวนาน จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการประกาศยุติความรุนแรงในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเงื่อนไขในการต่อรองเรื่องสถานที่เรียน เพราะมองว่าทั้งสองประเด็นควรได้รับการพิจารณาแยกจากกัน
เมื่อสื่อมวลชนสอบถามว่า แม้จะอยู่ที่เดิมหรือต้องย้ายไปที่ใหม่ก็จะเลิกใช้ความรุนแรงใช่หรือไม่ วิวัฒน์ตอบรับอย่างหนักแน่นว่า “ครับ”
สำหรับความคืบหน้าในการหาทางออกร่วมกัน ในวันพรุ่งนี้ (22 ตุลาคม) เวลา 15.00 น. จะมีการนัดเจรจาร่วมกัน 4 ฝ่าย ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาและการดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศระหว่างการแสดงจุดยืน กลุ่มนักศึกษาได้ถือกระดาษเขียนข้อความสะท้อนความตั้งใจในการเปลี่ยนแปลงภาพจำของสังคม อาทิ “ให้การกระทำพิสูจน์คำสัญญา”, “อุเทนถวายขอโอกาสทำดีเพื่อสังคม”, “ศักดิ์ศรีของช่างอยู่ที่ฝีมือไม่ใช่กำลัง”, “รักษารากเหง้า เคารพศักดิ์ศรี” และ “เลิกตีกันตั้งแต่วันนี้” เพื่อยืนยันความพร้อมในการยุติความขัดแย้งและเดินหน้าพัฒนาการศึกษาสายช่างให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป















