สหรัฐอเมริกาเตรียมประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านครั้งใหญ่ในวันนี้ โดยมีเป้าหมายตัดช่องทางการเงิน การค้า และรายได้ของอิหร่าน รวมถึงกดดันประเทศและบริษัทที่ยังทำธุรกิจกับเตหะราน
ประเด็นสำคัญ
ขณะที่อิหร่านออกมาตอบโต้ว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าทำสงครามทางเศรษฐกิจ เตหะรานจะสกัดการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ความขัดแย้งครั้งนี้อาจขยายความเสี่ยงสู่ความมั่นคงพลังงานและเศรษฐกิจโลกโดยตรง
‘D-Day ทางเศรษฐกิจ’ คืออะไร
เมื่อคืนนี้ (23 สิงหาคม) สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุผ่านบทความใน Financial Times ว่า สหรัฐฯ จะประกาศใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ พร้อมเรียกมาตรการครั้งนี้ว่า เป็นปฏิบัติการโจมตีทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่สหรัฐฯ เคยใช้กับฝ่ายตรงข้าม
เบสเซนต์กล่าวโจมตีอิหร่านว่า ตลอด 47 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเตหะรานทำให้เศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในภาวะย่ำแย่จากการทุจริต และกดขี่ประชาชนภายในประเทศ ขณะที่ในต่างประเทศ ยังดำเนินนโยบายสนับสนุนเครือข่ายกลุ่มตัวแทนกลุ่มก่อการร้าย
แต่เบสเซนต์ระบุว่า ภายใต้รัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์ ยุคสมัยแห่งความหวาดกลัวอิหร่านได้สิ้นสุดลงแล้ว เพราะผู้นำสหรัฐฯ พร้อมใช้อำนาจและมาตรการทุกประเภทที่หลายคนเคยคิดว่าจะไม่กล้าใช้
“โลกควรเข้าใจว่า เป้าหมายของเราคือการตัดเส้นเลือดทางเศรษฐกิจทุกเส้นที่ยังหล่อเลี้ยงรัฐบาลเผด็จการนี้ จนกว่าเตหะรานจะต้องยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว”
รัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ ยังอ้างแนวคิด ‘การเดิมพันของปาสกาล’ (Pascal’s Wager) ของแบลส ปาสกาล นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส เพื่อเปรียบเทียบกับการตัดสินใจของประเทศที่ยังทำธุรกิจกับอิหร่าน
เบสเซนต์ระบุว่า ประเทศเหล่านี้กำลังเดิมพันว่า การยอมอ่อนข้อให้เตหะรานจะปลอดภัยกว่าการเผชิญหน้า แต่ควรคำนึงด้วยว่า การเลือกช่วยอิหร่านอาจนำมาซึ่งต้นทุนจากสหรัฐฯ ที่สูงกว่า ขณะที่ยังย้อนกลับไปถึงบริบทปี 1943 ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรและสหรัฐฯ กำลังวางแผนยกพลขึ้นบกนอร์มังดี
ขณะเดียวกัน เบสเซนต์ยังส่งคำเตือนไปถึงประเทศที่ช่วยให้อิหร่านรักษาความเชื่อมโยงเหล่านี้ โดยระบุว่า ประเทศใดที่ยังทำหน้าที่เป็น ‘เส้นเลือดทางการเงิน’ ให้รัฐบาลอิหร่าน ก็ควรเตรียมถูกโดดเดี่ยวไปพร้อมกับเตหะราน
เบื้องต้น ยังไม่มีการเปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวมีรายละเอียดอย่างไร แต่จากบทความของเบสเซนต์ เป้าหมายหลักของสหรัฐฯ คือการตัดช่องทางทางเศรษฐกิจที่ยังช่วยให้อิหร่านมีรายได้และเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประกาศบน Truth Social ว่า ประเทศใดก็ตามที่ช่วยเหลืออิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นผ่านสถาบันการเงิน ธุรกิจ หรือสนามบิน จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล พร้อมย้ำว่า เตหะรานล้มเหลวในการคว้าโอกาสทำข้อตกลง และจะถูกคว่ำบาตรในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ขณะที่เบสเซนต์ เคยให้สัมภาษณ์ CNBC ว่า สงครามทางเศรษฐกิจรอบใหม่นี้ จะพุ่งเป้าไปถึงประเทศอื่นๆ หรือบริษัทที่ทำธุรกิจกับอิหร่านโดยตรง เช่น ประเทศที่ซื้อหรือขนส่งน้ำมันของอิหร่าน ไปจนถึงใช้ระบบธนาคารหรือถ่ายโอนเชื้อเพลิงทางทะเลให้
อนึ่ง เบสเซนต์มีกำหนดแถลงข่าวในวันที่ 24 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือวันที่ 25 สิงหาคม เวลา 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
อิหร่านขู่ตอบโต้ด้วยน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม อิหร่านส่งสัญญาณว่า หากสหรัฐฯ ทำสงครามทางเศรษฐกิจ เตหะรานก็พร้อมตอบโต้ในจุดที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้มากที่สุด นั่นคือการสกัดการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย
โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านระบุว่า หากสงครามทางเศรษฐกิจดำเนินต่อไป น้ำมันแม้แต่หยดเดียวก็จะไม่ถูกส่งออก ไม่ว่าจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หรือจากที่ใดก็ตามในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมยังเตือนว่า ประเทศที่เข้าร่วมหรือสนับสนุนสงครามทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ถือเป็นการ ‘กระทำสงคราม’
จีนอาจเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกกดดันมากที่สุด
ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศระบุว่า จีนถูกจับตาในมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ และได้รับน้ำมันนำเข้าราวครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
ก่อนหน้านี้ เบสเซนต์เคยเรียกร้องให้จีนร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการกดดันอิหร่าน แต่สถานทูตจีนในกรุงวอชิงตันตอบว่า มาตรการคว่ำบาตรและแรงกดดันไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้วิธีการทางการทูต
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ก็อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว โดยล่าสุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพิ่งปรับตัวลงหนักที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังดัชนี Dow Jones ร่วงมากกว่า 700 จุดในวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ เพิ่งทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก โดยที่ราคาพลังงานและค่าครองชีพเพิ่มขึ้นจากผลของสงคราม
ปัจจุบัน กาตาร์ ปากีสถาน และตุรกียังคงพยายามผลักดันการเจรจา โดยผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานมีกำหนดเยือนกรุงเตหะรานในวันนี้ ท่ามกลางความพยายามป้องกันไม่ให้การเผชิญหน้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ภาพ: Thaier Al-Sudani / Reuters
อ้างอิง:
- https://edition.cnn.com/2026/08/23/world/live-news/iran-war-trump
- https://www.aljazeera.com/news/2026/8/21/trumps-economic-d-day-claims-first-victim-not-iran-but-us-markets
- https://www.ft.com/content/cb865200-1a06-40be-86a3-10ee2bb05804
- https://www.reuters.com/business/energy/iran-says-it-discovered-over-75-trillion-cubic-feet-gas-2026-08-23/


