×

บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งทะลุ 5% ครั้งแรกในรอบ 16 ปี นักวิเคราะห์ระบุมีโอกาสทะยานแตะ 6% ในอนาคตอันใกล้

24.10.2023
  • LOADING...

บรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างจับตาดูความเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตร หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งทะลุ 5% เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2007 โดยช่วงเปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีขยับปรับขึ้น 11 จุด ทำให้อัตราผลตอบแทนแตะที่ 5.02% ก่อนปรับตัวอ่อนลงระหว่างวันมาอยู่ที่ 4.83%

 

รายงานระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นจากที่เคยอยู่ต่ำกว่าระดับ 4% ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม มีขึ้นหลังจากที่บรรดานักลงทุนมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะกลับมาอยู่ที่ระดับเป้าหมายที่ Fed ตั้งไว้ที่ 2% 

 

นอกจากนี้ บรรดานักลงทุนในตลาดพันธบัตรต่างมองเห็นแนวโน้มที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เพราะต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นทำให้สหรัฐฯ มีงบประมาณขาดดุลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการประเมินเบื้องต้นว่า หนี้คงค้างของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2024 เทียบกับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ปีนี้

 

Tom Tzitzouris หัวหน้าฝ่ายวิจัยตราสารหนี้ที่ Strategas Research Partners ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV โดยกล่าวว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้นเพราะอุปทานเริ่มเข้ามาในที่สุด การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยของ Fed และการลดงบดุล (Balance Sheet Reduction) กำลังตามทันตลาดตราสารหนี้ในขณะนี้

 

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เคยพุ่งแตะระดับสูงอย่างที่เห็นอยู่ในขณะนี้มาก่อน นับตั้งแต่ยุคที่ Fed เดินหน้าทดลองใช้นโยบายการเงินแบบใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่มานานกว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นการใช้อัตราดอกเบี้ยระดับต่ำติดศูนย์ และมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ Quantitative Easing โดยมีเป้าหมายเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์และการล่มสลายของ Lehman Brothers 

 

โดยสหรัฐฯ ใช้นโยบาย QE แบบใช้ๆ หยุดๆ เป็นระยะๆ จนกระทั่งเกิดวิกฤตโควิดระบาดที่บีบให้รัฐบาลต้องอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ดันให้อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งทะยานอย่างชัดเจน ทำให้ Fed ที่เคยนอนใจว่าจะเป็นเงินเฟ้อสูงแค่ชั่วคราว ต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรับมือเงินเฟ้ออย่างเร่งด่วน ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย Fed ขยับขึ้นกลับมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับอัตราเดิมที่เคยเป็นในช่วงหลายสิบปีก่อนหน้า 

 

ทั้งนี้ ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ถือเป็นอัตราผลตอบแทนที่ไร้ความเสี่ยงที่บรรดานักลงทุนใช้ในการเปรียบเทียบกับโอกาสในการลงทุนอื่นๆ โดยอัตราผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมสำหรับครัวเรือน ธุรกิจ และหน่วยงานรัฐในสหรัฐฯ และต่างประเทศสูงขึ้น

 

ในช่วงต้นปี 2023 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 3.90% ขณะที่บริษัทในวอลล์สตรีทส่วนใหญ่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะลดลง เนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งเริ่มในเดือนมีนาคม ปี 2022 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและทำให้อัตราเงินเฟ้อถดถอย ทำให้นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งในตลาดเชื่อว่าปี 2023 จะเป็น ‘Year of the Bond’

 

แต่ด้วยภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดีในสหรัฐฯ ทำให้ Fed ต้องใช้อัตราดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คาดไว้ โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มแห่เทขายพันธบัตรอายุ 10 ปี จนดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้ขยับขึ้นทุบสถิติมาอย่างต่อเนื่อง 

 

สถานการณ์ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ย่ำแย่ลงไปอีกจากกระแสการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของตลาด โดยนักวิเคราะห์อธิบายว่า นโยบายของ Fed ทำให้การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของประเทศต่างๆ ลดลง เช่น จีนที่เดินหน้าลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แล้วหันไปถือครองทุนเฮดจ์ฟันด์ กองทุนรวม บริษัทประกัน และเงินบำนาญแทน 

 

ทั้งนี้ ในระยะยาวอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีโอกาสถูกผลักดันให้สูงกว่าระดับล่าสุดได้ ซึ่งรายงานของ Bloomberg Economics ฉบับใหม่ชี้ว่า ผลกระทบรวมกันของการกู้ยืมของรัฐบาลในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง บวกกับการใช้จ่ายที่มากขึ้นเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเติบโตที่รวดเร็วยิ่งขึ้น จะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีพุ่งแตะที่ 6% ได้ 

 

สำหรับในอนาคตอันใกล้นี้ ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงขาดทุนต่อไป 

 

อ้างอิง: 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising