ยูนิเซฟ (UNICEF) แถลงการณ์เมื่อวานนี้ (11 มีนาคม) ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ได้กลายเป็น ‘หายนะ’ สำหรับเด็กหลายล้านคนทั่วภูมิภาค โดยตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีรายงานเด็กบาดเจ็บและเสียชีวิตจากความรุนแรงแล้วกว่า 1,100 คน ซึ่งรวมถึงเด็กที่เสียชีวิตในอิหร่าน 200 คน เลบานอน 91 คน อิสราเอล 4 คน และคูเวต 1 คน โดยตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกตามความรุนแรงที่แผ่ขยายออกไป
การหยุดชะงักด้านการศึกษาในวงกว้าง ทำให้เด็กหลายล้านคนในภูมิภาคตะวันออกกลางต้องออกจากโรงเรียน ในขณะที่เด็กอีกหลายแสนคนต้องพลัดถิ่นฐานจากการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ตลอดจนระบบน้ำและสุขาภิบาลซึ่งจำเป็นต่อการรอดชีวิตของเด็กๆ ถูกโจมตีและทำลายโดยฝ่ายที่ขัดแย้งกัน ทั้งนี้ ไม่มีเหตุผลใดที่สามารถสร้างความชอบธรรมให้กับการเข่นฆ่า ทำร้ายเด็ก หรือการทำลายบริการขั้นพื้นฐานที่เด็กๆ ต้องพึ่งพาได้เลย
การละเมิดสิทธิเด็กอย่างร้ายแรงในภาวะความขัดแย้งทางอาวุธ อาจเข้าข่าย ‘การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ’ ซึ่งรวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมและกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
UNICEF ขอย้ำข้อเรียกร้องของเลขาธิการสหประชาชาติที่ให้ฝ่ายต่างๆ ยุติการสู้รบและหันมาเจรจาทางการทูต พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายระมัดระวังในการเลือกใช้วิธีการและอาวุธ เพื่อลดความสูญเสียต่อพลเรือนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธระเบิดที่ส่งผลกระทบต่อเด็กอย่างรุนแรง
UNICEF เน้นย้ำว่า เด็กๆ ทั้ง 200 ล้านคนทั่วทั้งภูมิภาคกำลังฝากความหวังให้ประชาคมโลกเร่งลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อยุติสงครามครั้งนี้โดยเร็วที่สุด
ภาพ: Iranian Foreign Media Department / WANA (West Asia News Agency) / Handout via Reuters
อ้างอิง:


