วันนี้ (23 มิถุนายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” เข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks) เพื่อยกระดับแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของไทยสู่สากล พร้อมสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
โครงการอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก มุ่งอนุรักษ์ส่งเสริมคุณค่าทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลก 229 แห่ง ใน 50 ประเทศ สำหรับประเทศไทยได้รับการรับรองแล้ว 2 แห่ง คือ อุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช ส่วนอุทยานธรณีขอนแก่นอยู่ระหว่างการพิจารณา
อุทยานธรณีอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ (โพธิ์ไทร, ศรีเมืองใหม่, โขงเจียม, สิรินธร) รวม 1,829 ตารางกิโลเมตร มีความโดดเด่นระดับนานาชาติจากภูมิประเทศที่ถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำโขง เช่น สามพันโบก หน้าผาสูง เสาหินเฉลียง รวมถึงเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ยุคครีเทเชียสจำนวนมาก เช่น ไดโนเสาร์ และจระเข้โบราณ นอกจากนี้ยังมีคุณค่าด้านโบราณคดีและวิถีวัฒนธรรมริมฝั่งโขงที่เด่นชัด
อุทยานแห่งนี้ได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยเมื่อปี 2566 มีความพร้อมสูงทั้งด้านการบริหารจัดการโดย อบจ.อุบลราชธานี องค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยขั้นตอนต่อไป ประเทศไทยจะต้องแสดงความจำนงต่อยูเนสโกภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และยื่นเอกสารสมัครอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569 ก่อนรับการตรวจประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ
การผลักดันสู่การเป็นอุทยานธรณีโลกในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มการรับรู้ในระดับนานาชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิชาการจากทั่วโลก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางธรณีวิทยาอย่างสมดุลและยั่งยืนบนเวทีโลก


