โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาเตือนไต้หวันไม่ให้ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดกับสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนที่กรุงปักกิ่งเมื่อวานนี้ (15 พฤษภาคม) โดยย้ำว่า เขาไม่ต้องการเห็นใครประกาศเอกราชเพียงเพราะมีสหรัฐฯ คอยหนุนหลัง และเชื่อว่าหากไต้หวันรักษาสถานะเดิม (Status Quo) เอาไว้ จีนก็จะรับได้
ขณะที่สีจิ้นผิงเน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่า ประเด็นไต้หวันคือ ‘เรื่องที่สำคัญที่สุด’ ในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน พร้อมเตือนว่าหากจัดการเรื่องนี้ผิดพลาด อาจบานปลายจนนำไปสู่ความขัดแย้งได้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เชื่อว่าจะไม่เกิดสงครามขึ้น เพราะสีจิ้นผิงเองก็ไม่ต้องการสงครามเช่นกัน
แม้จะมีการพูดคุยกันเรื่องไต้หวันเป็นจำนวนมาก แต่ทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะส่งทหารไปปกป้องไต้หวันหรือไม่ โดยระบุเพียงว่าเขาต้องการให้ทั้งสองฝ่าย ‘ใจเย็นลง’ และย้ำว่านโยบายของสหรัฐฯ ยังคงเหมือนเดิม
ทรัมป์และสีได้หารือกันในรายละเอียดเกี่ยวกับแพ็กเกจการขายอาวุธมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ไต้หวันที่ประกาศไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้จีนอย่างมาก โดยทรัมป์ระบุว่าเขาจะตัดสินใจในเร็วๆ นี้ว่าจะเดินหน้าการขายอาวุธนี้ต่อไปหรือไม่
ทรัมป์เปิดเผยว่า เขาอาจจะต้องพูดคุยกับประธานาธิบดีไต้หวันเพิ่มเติมซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการผิดธรรมเนียมปฏิบัติของผู้นำสหรัฐฯ และอาจสร้างความตึงเครียดครั้งใหญ่กับทางการปักกิ่งได้
ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อของไต้หวันเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า ไต้หวัน ‘ไม่จำเป็น’ ต้องประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมองว่า ‘ตนเองเป็นชาติอธิปไตยอยู่แล้ว’ ขณะที่หลินเจียหลง รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน ระบุว่า ไต้หวันได้ติดตามการหารือครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน พร้อมทั้งกล่าวหาว่าการกระทำทางทหารที่ก้าวร้าวของจีนต่างหากที่เป็นการยกระดับความเสี่ยงในภูมิภาคนี้
ภาพ: Kevin Lamarque / Reuters
อ้างอิง:


