นักลงทุนสับสน หลังทรัมป์ขีดเส้นตายโจมตีอิหร่าน (ในวันพุธที่ 8 เมษายน เวลา 07:00 น. ตามเวลาของประเทศไทย) โดยราคาน้ำมันและสินทรัพย์ต่างๆ เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง ด้านดร.กอบศักด์มองเป็น Game of Chicken ที่เดิมพันด้วยชะตาของโลก
นักลงทุนกำลังตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างการวางหมากเพื่อรับมือกับข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อยุติสงคราม หรือการเผชิญกับการยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นไปอีก
หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยื่นคำขาดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเตือนอิหร่านว่าอาจต้องเผชิญกับ ‘นรก’ หากไม่มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในวันอังคาร เวลา 20.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออก (ET) พร้อมประกาศว่าวันดังกล่าวจะเป็น ‘วันแห่งการถล่มโรงไฟฟ้าและสะพานรวมอยู่ในวันเดียว’
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์แยกกับสำนักข่าวฟอกซ์นิวส์เมื่อวันอาทิตย์เช่นกัน โดยระบุว่า ยังคงมีความหวังและมี “โอกาสดี” ที่จะบรรลุข้อตกลงได้ภายในวันจันทร์
สัญญาณที่ขัดแย้งกันนี้ทำให้สัปดาห์นี้นักลงทุนถูกบีบให้ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว
ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ปฏิเสธคำข่มขู่ล่าสุดของทรัมป์ โดยระบุว่าเส้นทางเดินเรือที่สำคัญจะเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบก็ต่อเมื่อรัฐบาลเตหะรานได้รับค่าชดเชยจากความเสียหายของสงครามเท่านั้น
ขณะที่อิหร่านยังคงเดินหน้าโจมตีทั่วอ่าวเปอร์เซียในช่วงสุดสัปดาห์ รวมถึงการโจมตีสำนักงานใหญ่ด้านน้ำมันของคูเวตด้วย
ตลาดเริ่มต้นสัปดาห์การซื้อขายที่เบาบางในช่วงเทศกาล โดยมีตลาดบางแห่งปิดทำการในวันจันทร์เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ ทั้งไทย จีน ลอนดอน ฮ่องกง และออสเตรเลีย
ร็อบ ซับบารามัน (Rob Subbaraman) หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาคระดับโลกของโนมูระ กล่าวว่า “ตลาดอยู่ในภาวะตึงเครียดเนื่องจากเวลากำลังจะหมดลง และผลลัพธ์มีเพียงสองทางคือ การพักรบหรือการยกระดับความรุนแรง” พร้อมเสริมว่าท่าทีของทรัมป์บ่งชี้ถึงความเร่งด่วนของทำเนียบขาวในการยุติสงคราม ขณะที่นักลงทุนยังคงปรับสถานะเพื่อ “ป้องกันความเสี่ยงจากการยกระดับความรุนแรง”
ที่ผ่านมา ทรัมป์มักแสดงท่าทีสลับไปมาระหว่างการยกย่องว่าการเจรจากับอิหร่านมีความคืบหน้าและใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ กับการข่มขู่ว่า พร้อมจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ นอกจากนี้
ทรัมป์ยังได้ขยายเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การส่งสัญญาณที่สับสนนำไปสู่ความผันผวนของตลาดและการซื้อขายน้ำมันที่ไร้ทิศทาง
โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 3.4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นในช่วงราคาต่ำด้วยความหวังว่าจะมีการแก้ไขปัญหาทางการทูต ส่วนดัชนีความผันผวน The Cboe VIX พุ่งขึ้นจากระดับต่ำกว่า 20 ก่อนเกิดสงคราม มาอยู่ที่ประมาณ 24 ในสัปดาห์ที่แล้ว
ตลาดตราสารหนี้กำลังเริ่มปรับราคาเพื่อสะท้อนแนวโน้มเงินเฟ้ออย่างเงียบๆ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นแตะ 4.362% ในวันจันทร์ จากเดิมที่ 3.962% ก่อนความขัดแย้งเริ่มขึ้น ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2025 เนื่องจากนักลงทุนลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
ไทยจะรอดได้อย่างไร หากสหรัฐฯ-อิหร่านไม่มีใครยอมใคร
ขณะที่ วันนี้ (6 เมษายน) ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ผ่าน Facebook ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ภายในอังคารที่ 7 เมษายน เวลา 20:00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งจะตรงกับวันพุธที่ 8 เมษายน เวลา 07:00 น. ของประเทศไทย หรือเวลา 04:30 น. รุ่งเช้าของกรุงเตหราน
ดร.กอบศักดิ์ ระบุว่า การขยับเส้นตายออกไป 24 ชั่วโมงจากเส้นตายเดิม คาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติการช่วยเหลือนักบินสหรัฐฯ ที่เครื่องบินถูกยิงตกในอิหร่าน
พร้อมทั้งสังเกตว่า คำขู่รอบนี้ ให้มาแค่เวลา (Tuesday, 8:00 P.M. Eastern Time) ไม่มีอย่างอื่นไม่มีว่า “กรุณารีบเจรจา … มิฉะนั้น” เช่นเคยมีเพียงเวลาที่แจ้ง ซึ่งดร.กอบศักดิ์ ตีความว่าเป็นสัญญาณว่า ‘ตั้งใจจะเดินหน้า’ หากไม่มีเหตุพลิกผัน
“จึงต้องวัดใจว่าใน 48 ชั่วโมงนี้ อิหร่านจะยอมหรือไม่และถ้าไม่ยอม สหรัฐจะเดินหน้า โดยไม่สนใจใคร จริงหรือไม่? ส่วนเป้าหมายที่จะถล่ม
ได้กำหนดเรียบร้อย โรงไฟฟ้าและสะพานสำคัญ พร้อมกันในคราวเดียว”
Game of Chicken ที่เดิมพันด้วยชะตาของโลก
ดร.กอบศักดิ์ยังมองว่า ”นี่คือ Game of Chicken ที่เล่นเดิมพันด้วยชะตาของโลก หากไม่มีใครยอมถอย โลกจะเข้าสู่เส้นทางอันตรายที่ความเสียหายจะหนักหน่วงกว่าที่ทุกคนคาด”
“เพราะสำหรับอิหร่าน อิหร่านก็คงไม่ยอมที่จะถูกกระทำฝ่ายเดียว เป้าหมายต่างๆ ในตะวันออกกลาง โรงกลั่น โรงไฟฟ้า โรงน้ำจืด เรือ ท่าเรือ ท่อน้ำมัน แท่นขุดเจาะ ก็จะถือว่า เป็นตัวประกันที่จะต้องจัดการตาต่อตา ฟันต่อฟัน หากสหรัฐและพันธมิตรไม่สามารถปกป้องเป้าหมายเหล่านี้ วิกฤตก็จะไม่ใช่สั้นๆ ตื้นๆ อีกต่อไป ตะวันออกกลางจะไม่เหมือนเดิม นำไปสู่การขาดแคลนน้ำมัน ก๊าซ วัตถุดิบสำคัญต่างๆ โดยกว่าทุกอย่างจะกลับมาได้ที่จุดเดิม ก็จะใช้เวลานาน แรงกระแทกต่อทุกคน ก็จะรุนแรงกว่าที่ทุกคนคาด ชะตาของโลกคงต้องฝากเอาไว้ใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า ได้แต่หวังว่า จะคิดกันได้ ยอมถอยคนละก้าว เพื่อให้โลกไปได้”
พร้อมทิ้งท้ายว่า “ไทยคงต้องคิดหนักๆ ว่า ถ้าโลกจะเข้าสู่ ‘เส้นทางอันตราย’ นี้
และพาเราไปด้วย เราจะรอดได้อย่างไร”

