ทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกาเผย โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 31 มีนาคมถึง 2 เมษายนนี้ ตามคำเชิญของรัฐบาลจีน ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งแรกของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2017
วาระการหารือระหว่างสองผู้นำ
ประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือคือ ‘เรื่องกำแพงภาษี’ (Tariffs) และท่าทีการตอบโต้ทางการค้าของจีน เช่น การหยุดซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ โดยการเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำสั่งยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าจากนานาประเทศที่ทรัมป์เคยนำมาใช้เพื่อกดดันประเทศต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้ว
ทั้งสองประเทศมีทิศทางนโยบายด้านพลังงานที่ ‘แตกต่างกันอย่างชัดเจน’ โดยจีนกำลังมุ่งลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีใหม่ พลังงานหมุนเวียน และการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ยังคงให้ความสำคัญกับเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก
นอกจากนี้ยังมีประเด็นความตึงเครียดเรื่องไต้หวัน โดยสหรัฐฯ ยังคงดำเนินการขายอาวุธและให้การสนับสนุนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหว เนื่องจากจีนมีความมุ่งมั่นที่จะรวมไต้หวันเข้ากับจีนแผ่นดินใหญ่ และมองประเด็นไต้หวัน เป็น ‘เส้นแดง’ ที่ทุกประเทศไม่ควรก้าวล่วง แม้แต่สหรัฐฯ
การเดินทางจีนครั้งนี้ นับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของทรัมป์ นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเขาเคยเรียกว่า ‘ไวรัสจีน’ หลังจากที่จีนเปิดประเทศอีกครั้งในเดือนมกราคม 2023 จีนได้พยายามสร้างความสัมพันธ์กับโลกภายนอกมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ได้ต้อนรับผู้นำชาติตะวันตกอย่าง มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา รวมถึงเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ตลอดจนเปิดประเทศต้อนรับสตรีมเมอร์ชาวอเมริกันชื่อดังอีกจำนวนไม่น้อย เพื่อกระชับสัมพันธ์กับโลกตะวันตก
ทรัมป์พบกับสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ครั้งล่าสุดในห้วงการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2025 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในข้อตกลง ‘สงบศึกทางการค้า’ (Trade Truce) โดยสหรัฐฯ ยอมลดภาษีนำเข้าบางส่วน ขณะที่จีนตกลงจะสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และผ่อนปรนมาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths)
แฟ้มภาพ: Evelyn Hockstein / Reuters
อ้างอิง:


