×

ดีลปักกิ่ง 2026: ดีลสุภาพบุรุษ ดีลแลกเปลี่ยน และดีลลับ ของสหรัฐฯ และจีน

12.05.2026
  • LOADING...
ดีลปักกิ่ง 2026

เหตุการณ์สำคัญของโลกเศรษฐกิจและตลาดการเงินในเดือนพ.ค. 2026 คือการที่ประธานาธิบดี Donald Trump เดินทางไปปักกิ่งเพื่อพบกับ Xi Jinping

 

ตลาดจับตาไปที่วาระบนโต๊ะเจรจาหลายเรื่องทั้ง Trade, Taiwan, Tehran ไปจนถึง Technology

 

แน่นอนว่าการพบกันครั้งนี้ต้องมีจุดเปลี่ยนที่สำคัญไม่มากก็น้อย นักลงทุนจึงควรรู้ให้ทันกับทุกความเป็นไปได้ และเตรียมกลยุทธ์รับกับความผันผวนที่กำลังจะตามมา

 

ประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับการเจรจาคือการค้า ทั้งสองฝ่ายมีแนวโน้มได้ประกาศ ‘ดีลแห่งชัยชนะ’ แต่ดีลที่ยิ่งใหญ่อาจเป็นแค่ข้อตกลงบนเศษกระดาษ

 

Trump เคยเดินทางเยือนปักกิ่งในสมัยแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017 และกลับสหรัฐฯ พร้อมดีลมูลค่ารวมกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ ครอบคลุมตั้งแต่พลังงาน การบิน ไปจนถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

 

แต่ในปีถัดมา Trump กลับประกาศ Trade War ที่พุ่งเป้าไปยังจีน ทำให้ดีลทางธุรกิจหลายรายการไม่เกิดขึ้นจริง

 

ครั้งนี้ Trump ต้องการให้จีนซื้อเครื่องบิน สินค้าเกษตร และพลังงานเพิ่ม แต่สิ่งที่ Xi อยากได้คือ Chips ประสิทธิภาพสูง หรือต้องการให้สหรัฐฯ ลดภาษี EV และ Solar Panel

 

ในการพบกันครั้งนี้ ผมประเมินว่าจีนมีไพ่ต่อรองที่สูงขึ้นมากจากการเป็นผู้นำในหลายอุตสาหกรรม นอกจากนี้ก็มีการกระจายการค้าไปสู่หลายประเทศ

 

โอกาสที่ทั้งคู่จะมี ‘ดีลสุภาพบุรุษ’ ด้านการค้าเพื่อประกาศชัยชนะจึงมีสูง แต่ด้วยความต้องการที่ไม่ตรงกัน สุดท้ายอาจไม่มีใครทำตามข้อผูกพันจริง ไม่ต่างจากที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วทุกครั้ง

 

ดีลที่สอง คือการเมืองระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่าง Taiwan แลก Tehran คือดีลที่ไม่มีใครพูดถึงตรงๆ แต่ทุกคนรู้ดีว่านั่นคือสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ

 

ไต้หวัน เป็นประเด็นที่จีนต้องเจรจาทุกครั้งที่พบกับสหรัฐฯ ขณะที่ Trump ในตอนนี้ก็ต้องการหาทางลงจากสงครามกับอิหร่านและการเปิดช่องแคบ Hormuz

 

ดีลที่ดีที่สุดจึงคือการแลกเปลี่ยน Taiwan-Tehran โดยสหรัฐฯ ชะลอการขายอาวุธให้ไต้หวัน แลกกับการที่จีนช่วยกดดันอิหร่านให้เปิดช่องแคบ Hormuz หากเกิดขึ้นได้จะเป็น ‘ดีลแลกเปลี่ยน’ ที่ตลาดไม่ได้คาดไว้

 

อย่างไรก็ดี ผมประเมินว่าผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากกว่า คือแถลงการณ์ร่วมที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของเสถียรภาพในแต่ละภูมิภาค โดยไม่มี กลไกบังคับใช้รองรับเพราะเป็นรูปแบบปรกติที่มักเกิดขึ้นเสมอ

 

ดีลสุดท้ายคือเทคโนโลยี เหมือนจะอยู่บนโต๊ะ แต่ลึกๆ ทั้งสองฝ่ายรู้ดีว่ายังไม่พร้อมที่จะดีลกันจริง

 

จีนต้องการ AI Chips และ Semiconductor Equipment เพื่อการผลิตขั้นสูง ฝั่งสหรัฐฯ ชัดเจนว่าจะไม่ผ่อนปรน เพราะการเป็นผู้นำด้าน AI กลายเป็นประเด็นความมั่นคงของชาติที่ไม่อาจต่อรองได้ไปแล้ว

 

ผมมองว่านี่คือวาระที่สหรัฐฯ มีไพ่ต่อรองสูงที่สุดในบรรดาดีลทั้งหมด เนื่องจากเป็นสิ่งที่จีนต้องการจริงๆ

 

แม้โอกาสจะมีดีลเกิดขึ้นต่ำ แต่ผมไม่ปิดความเป็นไปได้ที่ Trump อาจใช้การเข้าถึงเทคโนโลยีเป็น ‘ดีลลับ’ เช่น การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกชิปบางประเภท เพื่อแลกกับดีลการนำเข้าสินค้า หรือการกดดันอิหร่าน ถ้าเกิดขึ้นจะเป็นแรงหนุนของทั้งตลาดจีนและสหรัฐฯ อย่างไม่ต้องสงสัย

 

ถึงจุดนี้ ไม่ว่าดีลไหนจะเกิดขึ้นหรือไม่ นักลงทุนก็ควรต้องเริ่มมองหากลยุทธ์ให้ตรงกับเป้าหมายและผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

 

ระยะสั้น 1-3 เดือน แม้ดีลส่วนใหญ่จะเอียงไปทางบวก แต่ต้องระวังว่าดีลดีอาจอยู่ได้เพียงช่วงสั้นๆ

 

ไม่ว่าจะมีดีลแบบไหน ผมมองว่า H-Shares คือตลาดที่มีโอกาสตอบรับดีที่สุด ข้อมูลในอดีตชี้ว่า MSCI China ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2-4% ใน 1-3 เดือนหลังการพบกันทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นกลุ่มที่นักลงทุนทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายและมี Valuation ที่ไม่สูง

 

ระยะกลาง 6-12 เดือน ต้องระวังดีลที่อาจเปลี่ยนแปลงจากการเมือง เพราะมี US Midterm Elections วันที่ 3 พ.ย. รออยู่

 

หาก Democrat ยึดสภาผู้แทนราษฎรได้ ดีลการค้าอาจเกิดง่ายขึ้นเพราะภาษีการค้าจะผ่อนคลายลง แรงกดดันจากสงครามอิหร่านจะลดลง และเป็นบวกกับทั้งหุ้นจีนและสหรัฐฯ แต่ถ้า Republican รักษาทั้งสองสภาไว้ได้ ความเสี่ยง Trade and Tech War อาจกลับมาเร็วกว่าที่คาด และจีนอาจต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศแรงขึ้นและมองหาดีลแลกเปลี่ยนเพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี

 

ระยะยาวไปถึงปี 2030 ไม่ว่าดีลครั้งนี้จะออกมาอย่างไร การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจจะไม่มีวันหยุด

 

ดีลที่สหรัฐฯ ไม่เคยขอ และจีนก็ไม่คิดจะยอมคือโอกาสการลงทุนระยะยาว ผมมองว่า Chinese AI Ecosystem เป็นธีมที่นักลงทุนยังเข้าไม่ถึง

 

ถ้าจีนไม่สะดุดและได้ดีลที่เหมาะสม โอกาสที่จะก้าวขึ้นมาทัดเทียมสหรัฐฯ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่นั่นอาจเป็นความเสี่ยง Deepseek v2030 มากกว่า เพราะ valuation ของหุ้นสหรัฐฯ ปัจจุบัน ไม่ได้เตรียมพร้อมรับกับการมีคู่แข่งไว้เลย

 

ผมเชื่อว่าการพบกันที่ปักกิ่งจะเป็นหนึ่งดีลที่สร้างสีสันให้กับตลาด แต่ในระยะยาว ดีลหรือไม่ดีล อาจไม่สำคัญเท่าความสามารถในการกำหนดข้อตกลงบนดีลในอนาคตครับ

 

ภาพ ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ วิเคราะห์ดีลปักกิ่ง 2026 1

MSCI China เปรียบเทียบช่วงประธานาธิบดี Trump สมัยแรกกับปัจจุบัน

 

ที่มา: Bloomberg, White House Statements, FSS

ภาพ: Below the Sky / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories