×

TMB Analytics ชี้โควิด-19 ทำจีนระส่ำ กระทบการส่งออกไทย 2.4 แสนล้านบาท

10.03.2020
  • LOADING...

วันนี้ (10 มีนาคม) ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ประเมินว่า ผลกระทบสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ยังคงขยายวงกว้างมากขึ้น ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกขยับสูงขึ้นมากกว่าแสนราย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจทั่วโลก ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนสู่ระดับ 5.6% ต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นซัพพลายเชนจากจีน ที่ผู้ผลิตจีนจำเป็นต้องหยุดการผลิตเพื่อลดการแพร่ระบาด 

 

ทั้งนี้ปี 2562 มูลค่าการค้ารวมของไทยพึ่งพิงตลาดจีนถึง 16% ของการค้ารวม และมีมูลค่าสูง 2.5 ล้านล้านบาท แยกเป็นสัดส่วนการนำเข้า 61% และการส่งออก 39% ของมูลค่าการค้าไปจีนรวม ดังนั้นเมื่อจีนส่งออกไม่ได้ ย่อมกระทบซัพพลายเชนการค้ากับจีนฝั่งผู้นำเข้ามากกกว่าฝั่งผู้ส่งออก

 

ขณะเดียวกันผลกระทบต่อภาคการค้าไทย-จีน จากการที่รัฐบาลจีนใช้มาตรการเข้มงวดชัตดาวน์ประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะทำให้ครึ่งปีแรกของปี 2563 มูลค่าการค้าไทยไปจีนลดลงราว 2.4 แสนล้านบาท หรือหดตัว 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 1.6% ของมูลค่าการค้ารวม และประเมินว่าสถานการณ์การค้าไทยจะค่อยๆ ฟื้นตัวได้ประมาณครึ่งปีหลัง ตามการคาดการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ค่อยๆ ลดความรุนแรงลง 

 

เมื่อพิจารณาผลกระทบรายกลุ่มสินค้า พบว่ากลุ่มสินค้าเกษตรแปรรูปและสินค้าอุตสาหกรรมที่เป็นวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของเกษตรกร และแรงงานที่อยู่ในภาคการผลิตสินค้าวัตถุดิบที่เน้นส่งออกไปยังตลาดจีน

 

โดยสินค้าส่งออกที่จะได้รับผลกระทบในระดับสูง ได้แก่  

  • เคมีภัณฑ์ ลดลง 227,000 ล้านบาท
  • ยางพารา ลดลง 15,200 ล้านบาท 
  • สินค้าเกษตร ลดลง 8,000 ล้านบาท

 

ขณะที่ด้านสินค้านำเข้าที่ได้รับผลกระทบจะเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่นำเข้ามาบริโภคในประเทศ และส่วนหนึ่งเป็นสินค้าวัตถุดิบต้นทุนต่ำจากจีน ที่ผู้ประกอบการนำเข้ามาเพื่อผลิตแล้วขายในประเทศหรือส่งออกต่อมีกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ 

  • ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ลดลง 534,000 ล้านบาท
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ลดลง 268,000 ล้านบาท 
  • เครื่องจักรและชิ้นส่วน ลดลง 159,000 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ผลิตที่นำเข้าวัตถุดิบจากจีนมีความจำเป็นที่จะต้องมองหาแหล่งนำเข้าอื่นๆ เพื่อมาชดเชยในช่วงครึ่งปีแรกที่วัตถุดิบจากจีนหายไป ซึ่งต้นทุนอาจสูงขึ้น

 

TMB Analytics ประเมินว่า สถานการณ์การผลิตในจีนจะหดตัวอย่างมากในช่วงไตรมาสแรก และกระทบต่อเนื่องมาถึงไตรมาสสอง แต่คาดว่าผลของการขาดแคลนสินค้าวัตถุดิบจะไม่กระทบต่อการผลิตในระยะสั้นๆ เพราะผู้ผลิตยังพอผลิตสินค้าได้จากสต๊อกของวัตถุดิบที่ยังคงเหลืออยู่บ้าง และอาจหันไปสั่งซื้อจากซัพพลายเชนประเทศอื่นๆ ทดแทน แต่ต้องยอมรับว่าการหาวัตถุดิบจากแหล่งใหม่ต้นทุนจะสูงขึ้นตามไปด้วย 

 

อย่างไรก็ตาม ในมุมผลกระทบต่อผู้ประกอบการ หากดูจากข้อมูลโครงสร้างรายได้จากการส่งออกและนำเข้าปี 2562 พบว่า ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจะเป็นผู้นำเข้า และกว่า 90% ของจำนวนผู้ค้าขายกับจีนจะเป็นกิจการ SMEs ซึ่งได้รับผลกระทบคิดเป็นสัดส่วน 33% ของมูลค่าการค้าไปจีน ในขณะที่ 10% ของจำนวนผู้ค้าขายกับจีนเป็นกิจการขนาดใหญ่ แต่หากคิดเป็นผลกระทบเชิงมูลค่าการค้าคิดเป็นสัดส่วนถึง 67% ของมูลค่าการค้าไปจีนรวม 

 

ทั้งนี้ประเมินว่าสถานการณ์การค้ากับจีนจะเริ่มดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ตามการคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะค่อยๆ รุนแรงลดลง อย่างไรก็ตาม หากการแพร่ระบาดยืดเยื้อจนทำให้ภาคการผลิตจีนชัตดาวน์ออกไปเกินกว่าครึ่งปีแรก คาดว่าจะส่งผลต่อซัพพลายเชนในประเทศ ทำให้วัตถุดิบขาดแคลน และส่งผลกระทบทำให้ผู้ผลิตที่พึ่งพิงการนำเข้าวัตถุดิบจากจีนมีต้นทุนการนำเข้าจากแหล่งอื่นที่สูงขึ้น จนทำให้ผู้ผลิตบางกลุ่มรับไม่ไหว ชะลอการผลิตออกไป ทำให้รายได้ของกิจการลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังการจ้างงานในประเทศ เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories