×

ทีมเพื่อนธรณ์เตือนรับมือ “ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ” และ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่ทวีทุกปัญหาให้รุนแรงขึ้น

โดย THE STANDARD TEAM
24.07.2026
ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ'

ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทีมเพื่อนธรณ์จัดงานเสวนา “ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ-มหันตภัยทวีคูณ” ร่วมวิเคราะห์วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่ไทยกำลังเผชิญในปัจจุบัน พร้อมเสนอแนวทางการแก้ปัญหา โดยงานเสวนานี้ มีนักวิชาการเข้าร่วม 4 ท่าน ได้แก่ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ผศ.บรรจง สมบูรณ์ชัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้, ผศ.มัลลิกา ศรีสุธรรม สาขาวิชาปฐพีศาสตร์และสิ่งแวดล้อม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ผศ.ดร.โพยม สราภิรมย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

 
 

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 1

 

ซูเปอร์เอลนีโญ 2569 กับผลกระทบในหลายมิติ

 

ผศ.ดร.ธรณ์อธิบายว่า เอลนีโญรอบปี 2557-2559 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่ไทยเผชิญภาวะแล้งจัดอย่างชัดเจนนั้น ผิวน้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้นราว 1.5 องศาเซลเซียส ขณะที่รอบนี้คาดว่าจะสูงขึ้นถึง 2.5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้รูปแบบฝนแปรปรวนรุนแรงขึ้น บางพื้นที่ฝนตกหนักผิดปกติ ขณะที่บางพื้นที่แล้งจัดต่อเนื่อง ขณะนี้ไทยเข้าสู่ภาวะเอลนีโญแล้ว แต่จะเข้าสู่ระยะซูเปอร์ซึ่งเป็นระยะที่รุนแรงที่สุดในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคม

 

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 2

 

ผศ.ดร.ธรณ์กล่าวต่อว่าผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญจะขยายไปสู่หลายด้าน เริ่มจากฤดูฝนปีนี้ที่สั้นลง เหลืออีกเพียง 2-3 เดือนก่อนจะสิ้นสุด ทำให้ต้องบริหารการกักเก็บน้ำอย่างรอบคอบ นอกจากนั้นยังส่งผลให้ดัชนีความร้อนแตะที่ 50 องศาเซลเซียส ช่วงมีนาคม-พฤษภาคมปีหน้า และเกิดความเสี่ยงภัยพิบัติต่างๆ เช่น ไต้ฝุ่นที่เกิดเพิ่มขึ้น 10-20% ความเสี่ยงน้ำป่าไหลหลากในภาคเหนือที่เพิ่มขึ้น หรือการฟอกขาวซ้ำของปะการัง

 

ผลกระทบนี้ส่งต่อถึงภาคธุรกิจที่ต้องแบกรับต้นทุนด้านพลังงานมากขึ้น เมื่อผนวกกับสถานการณ์สงครามที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน จึงทำให้ผลกระทบทบต้นรุนแรงยิ่งขึ้น ผศ.ดร.ธรณ์เสนอว่าปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ภัยพิบัติที่เกิดครั้งเดียวแล้วจบ แต่จะเกิดซ้ำและรุนแรงขึ้นทุกประมาณ 5 ปี จึงต้องมีการวางโครงสร้างรับมือระยะยาว ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบครั้งต่อครั้ง

 

ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5: ผลพวงจากซูเปอร์เอลนีโญ

 

ซูเปอร์เอลนีโญเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นในภาคเหนือรุนแรงขึ้นไปพร้อมกัน เพราะปีที่เข้าสู่ภาวะเอลนีโญมักเกิดความกดอากาศที่ทำให้เกิด Heat Dome หรือปรากฏการณ์มวลอากาศร้อนกดทับพื้นที่เกิดได้ง่ายและแรงขึ้น ฝุ่นควันจึงสะสมอยู่ใกล้พื้นและระบายออกยากกว่าปกติ ขณะเดียวกันความแห้งแล้งที่มากับเอลนีโญก็ทำให้ไฟป่าลุกลามเร็วและควบคุมได้ยากขึ้นตามไปด้วย

 

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 3

 

ผศ.บรรจง สมบูรณ์ชัย ให้ข้อมูลจากมุมมองของพื้นที่ต้นน้ำภาคเหนือว่า ความรุนแรงของไฟป่าในรอบ 2-4 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยยกตัวอย่างไฟไหม้พื้นที่รอบอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยและขุนวางเมื่อ 4-5 ปีก่อน ซึ่งสร้างความเสียหายต่อ 12 หมู่บ้านใกล้เมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ขณะที่การดับไฟป่าในช่วงที่ผ่านมาต้องอาศัยเฮลิคอปเตอร์จากหน่วยงานฝนหลวงและกระทรวงเกษตรฯ วันละ 2 ลำ แต่ยังไม่เพียงพอ

 

จากสถานการณ์นี้เองที่ทำให้เกิดโครงการ “ไม้ยืนต้น ป่ายั่งยืน” ที่ทางคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับสิงห์อาสา ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2565 ในพื้นที่ที่เคยเกิดไฟป่าและเป็นป่าต้นน้ำ ครอบคลุมชุมชนต้นแบบ 6 หมู่บ้านในอำเภอเมืองและอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด สัตว์ได้พึ่งพิง” โดยร่วมมือกับเครือข่ายอื่น เช่น คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 

ในมิติของฝุ่น กลุ่มเปราะบางอย่างเด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ ได้รับผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรงจากไฟป่าที่ก่อฝุ่นควัน ฤดูฝุ่นในภาคเหนือมักเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมและยาวไปจนถึงหลังเดือนเมษายน สอดคล้องกับช่วงประกาศห้ามเผาของทางราชการที่ครอบคลุมพฤศจิกายนถึง 31 พฤษภาคม ผศ.บรรจงประเมินว่าฤดูฝุ่นปีนี้จะรุนแรงกว่าปีก่อน เนื่องจากภูมิประเทศแบบแอ่งกระทะของเชียงใหม่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ Heat Dome ได้ง่าย

 

ในการรับมือฝุ่น ผศ.บรรจงชี้ว่าโครงการ “ไม้ยืนต้น ป่ายั่งยืน” ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นตอ เพราะพื้นที่ป่าที่ฟื้นฟูแล้วลดความเสี่ยงเกิดไฟซ้ำ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น PM 2.5 หลักของภาคเหนือ นอกจากนี้ยังมีมาตรการเสริมระดับครัวเรือนและเมือง เช่น การปลูกต้นไม้ในบ้านตามรายชื่อพันธุ์ที่ NASA รับรองว่ากรองฝุ่นได้ การลดพื้นที่คอนกรีตอย่างลานจอดรถ การนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้ามาใช้ หรือการผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาด และ พ.ร.บ. ป่าชุมชนที่ประกาศใช้เมื่อปี 2562 ซึ่งเปิดทางให้ภาคธุรกิจร่วมมือกับชุมชนดูแลป่าผ่านกลไก “ป่าเป็นทีม” พร้อมแอปพลิเคชัน “FireD” (ไฟดี) เป็นเครื่องมือบริหารจัดการการเผาอย่างถูกวิธีที่ปัจจุบันใช้งานได้ในจังหวัดเชียงใหม่

 

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 4

 

ซูเปอร์เอลนีโญสู่ภัยแล้งสะสม

 

ซูเปอร์เอลนีโญปีนี้กำลังซ้ำเติมภัยแล้งที่ภาคอีสานเผชิญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผศ.มัลลิกา ศรีสุธรรม ซึ่งทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ขอนแก่นและมหาสารคามมาต่อเนื่อง 7 ปี ชี้ว่าภัยแล้งในภาคอีสานมีความซับซ้อน เพราะในขณะที่บางตำบลมีน้ำใช้เพียงพอ ตำบลข้างเคียงกลับขาดแคลนน้ำอย่างหนัก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากลักษณะดินอีสานที่เป็นที่ราบสูงและมีเนื้อทราย ทำให้เมื่อฝนตกน้อย น้ำจะซึมหายไปหมด แต่หากตกมากก็จะไหลบ่าอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันซึมลงดิน พร้อมพัดพาหน้าดินไปด้วย

 

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 5

 

ตัวอย่างการรับมือที่ ผศ.มัลลิกา ยกมา คือโครงการขุดสระเก็บน้ำขนาด 3-4 ไร่ในพื้นที่ใกล้ภูเวียง ปี 2565 ซึ่งสิงห์อาสาร่วมพัฒนา และช่วยชะลอน้ำหลากและลดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตร นอกจากนั้น ยังพูดถึงโครงการสร้างแหล่งน้ำชุมชนอื่นๆ ที่สิงห์อาสาทำงานร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2563 และปัจจุบันมีแล้ว 10 แห่งทั่วภาคอีสาน ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ทำเกษตรได้ต่อเนื่อง และมีน้ำประปาใช้อย่างสม่ำเสมอ

 

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 6

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 7

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 8

 

ขณะที่ ผศ.ดร.โพยม สราภิรมย์ อธิบายภาพรวมของการบริหารจัดการน้ำผ่านแนวคิดน้ำ 3 สี ได้แก่ น้ำสีเขียวซึ่งเป็นน้ำในธรรมชาติที่ยังไม่ถูกกักเก็บ น้ำสีฟ้าที่กักเก็บอยู่ในอ่างเก็บน้ำและน้ำบาดาล และน้ำสีเทาซึ่งเป็นน้ำเสียที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ หลายประเทศสามารถรีไซเคิลน้ำสีเทาได้ถึง 80-100% แต่ไทยยังทำได้ในระดับต่ำมาก ซ้ำยังพบปัญหาน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรมปนเปื้อนแหล่งกักเก็บ ดังกรณีอ่างเก็บน้ำฉะเชิงเทราที่ตรวจพบค่า pH ต่ำกว่า 3 นอกจากนั้น ยังชี้ว่าขณะที่ทั้งประเทศมีศักยภาพกักเก็บน้ำราว 7-8 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร แต่ในทางปฏิบัติเก็บได้จริงเพียง 4-5 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

 

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 9

 

ในส่วนแนวทางการแก้ปัญหา ผศ.ดร.โพยมยกตัวอย่างจังหวัดขอนแก่นซึ่งจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำระยะ 5 ปี (2566-2570) ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน ครอบคลุมพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ 645 แปลง และแปลงที่มีความเสี่ยงสูงอีก 118 แปลง กรณีที่เห็นผลชัดคือการฟื้นฟูแปลงปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ แปลงเกษตรที่เสี่ยงเสียหายถึง 700 ไร่จากพื้นที่ปลูก 1,500 ไร่ ได้รับการฟื้นฟูด้วยการสูบน้ำบาดาลขึ้นมารดต้นมะม่วงทดแทนน้ำฝนที่ขาดหายไป ควบคู่กับการเปิดสปริงเกลอร์รดน้ำ 25 นาทีแทนการเปิด 1 ชั่วโมงตามความเคยชิน ซึ่งให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากัน

 

ปัญหาที่ล้วนเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน ต้องรับมืออย่างเป็นระบบ

 

ภาพกลุ่มนักวิชาการนำโดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ร่วมเสวนาวิกฤติ 'ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ' และ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' 10

 

นักวิชาการทั้งสามท่านย้ำตรงกันตลอดเวทีว่า “ไฟ ฝุ่น แล้ง น้ำ” ไม่ใช่ปัญหาที่แยกจากกัน แต่เชื่อมโยงกันเป็นโดมิโน และซูเปอร์เอลนีโญเป็นตัวทวีทุกปัญหาให้รุนแรงขึ้นพร้อมกัน ไฟป่าก่อฝุ่นควัน ความแห้งแล้งซ้ำเติมทั้งป่าและแหล่งน้ำ และการขาดแคลนน้ำก็ย้อนกลับไปเพิ่มความเสี่ยงไฟป่าในปีถัดไป การรับมือจึงต้องเป็นระบบที่เชื่อมโยงกันเช่นเดียวกับตัวปัญหา ไม่ใช่การแก้ทีละจุดเฉพาะหน้า ซึ่งโครงการของสิงห์อาสาทั้งฟื้นฟูป่าต้นน้ำและสร้างแหล่งน้ำชุมชน เป็นหนึ่งในความพยายามรับมือปัญหาเหล่านี้อย่างครอบคลุม


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories