Menu
157818

The Weeknd กับคอนเสิร์ตแรกในไทยที่ตอกย้ำความสำคัญในฐานะศิลปินแถวหน้าของวงการ

03.12.2018
  • LOADING...
  • Loading...

แม้ยอดขายซีดีจะถูกแปรผันเป็นยอดสตรีมมิง และความสำเร็จของศิลปินระดับโลกไม่จำเป็นต้องพึ่งพาค่ายใหญ่ต่อไปในยุค Digital Disruption แต่ยังมีรูปแบบธุรกิจของอุตสาหกรรมดนตรีอย่างหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ นั่นก็คือการออกทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ซึ่งในปี 2018 ประเทศไทยเราเองก็มีบทบาทที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ จนศิลปินเบอร์เล็กเบอร์ใหญ่ต้องต่างปักหมุดมาแสดงช่วงที่ตัวเองกำลังได้รับความนิยมอย่างมหาศาล ต่างจากเมื่อก่อนที่เราต้องเดินทางไปญี่ปุ่น ฮ่องกง หรือสิงคโปร์ หรือต้องรอให้ศิลปินกระแสเริ่มแผ่วถึงจะยอมมากับคอนเสิร์ตสเกลเล็กๆ

 

ล่าสุดก็ถึงคราวของนักร้องหนุ่มชาวแคนาดา อาเบล เทสเฟย์ หรือที่เรารู้จักในนาม The Weeknd ที่มาระเบิดความมันกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในไทย ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งถึงแม้ทีมเขาจะไม่ได้ยกฉากคอนเสิรต์เต็มรูปแบบเหมือนในทวีปอื่น กับดีไซน์ของศิลปินนักออกแบบเวทีเบอร์หนึ่งอย่าง Es Devlin และมีการทำดีไซน์ใหม่สำหรับโซนเอเชียที่เน้นการเล่นกับพวกแผงไฟ หน้าจอ LED กับกราฟิก ไฟเลเซอร์ พ่นไฟ และพ่นควันเป็นหลัก แต่ความสามารถของ The Weeknd ก็ยังถือว่าทดแทนได้ และทำให้เห็นว่าเขาเป็นอีกหนึ่งศิลปินแห่งยุคที่ไม่น่าแปลกใจในการทำยอดสตรีมมิงเป็นระดับพันล้าน โดยตลอด 90 นาทีของคอนเสิร์ต เขาก็ได้เลือกเพลงจากสองอัลบั้ม Beauty Behind the Madness (2015), Starboy (2016) และอีพีล่าสุด My Dear Melancholy พร้อมยังแทรกบทเพลงจากอัลบั้มพิเศษ Trilogy จากปี 2012 อีกด้วย

 

คอนเสิร์ตเปิดตัวด้วยเพลง Pray For Me จากภาพยนตร์ Black Panther ที่ถือว่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ ซึ่งทำให้อาการต้องยืนรอกว่าคอนเสิร์ตจะเริ่มตอน 21.15 น. หายเป็นปลิดทิ้ง และเพลงต่อมาอย่าง Starboy ก็ทำให้ทุกคนในฮอลล์ต่างร้องตามได้ทุกคำ ก่อน The Weeknd จะร้องเพลงฮิตมากมายอย่าง I Feel It Coming, Call Out My Name, Earned It, Often, In The Night และ Can’t Feel My Face ก่อนที่จะปิดโชว์ด้วย The Hills ที่แฟนสาวของเขา เบลลา ฮาดิด ก็ยืนอยู่ข้างเวทีด้านขวาถ่ายวิดีโอและร้องเพลงแบบอารมณ์มาเต็ม สมเป็นแฟนเพลงเบอร์หนึ่งของ The Weeknd จริงๆ

 

ตลอดคอนเสิร์ตเมื่อค่ำคืนนี้ ความน่าสนใจของกราฟเพลงที่ The Weeknd ได้นำมาร้องคือ เราได้เห็นเส้นทางการเติบโตในวงการดนตรี จากนักร้องอัลเทอร์เนทีฟอาร์แอนด์บีที่มีความเฉพาะกลุ่มกับอัลบั้มประเภท Mixtape ต่างๆ ก่อนที่จะวิวัฒนาการมาเป็นศิลปินกระแสหลักที่ได้รับความนิยมบนคลื่นวิทยุ Top 40 และกวาดรางวัลมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ เนื้อหาที่จริงใจ เข้มข้น มืดมน โรแมนติก มีเปลือกหลายชั้น และตรงไปตรงมา ที่ทำให้เขาเป็นกระบอกเสียงของคนยุคมิลเลนเนียลจริงๆ ซึ่งต่างจากศิลปินอย่างเช่น เอ็ด ชีแรน, จัสติน ทิมเบอร์เลก, หรือ บรูโน มาร์ส ที่มีความมหาชนมากกว่า และเข้าถึงตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงอายุเกษียณ พร้อมเนื้อหาเพลงที่มีความ Traditional Pop มากกว่า

 

 

ส่วนการแสดง The Weeknd ก็มีสไตล์ที่สะท้อนกลิ่นอายความเป็น Prince ในมาดสุขุมบนเวทีที่เขาไม่ค่อยพูดกับคนดูเท่าไร และมีความ R.Kelly ในเชิงเนื้อร้องที่วาบหวิวร้อนแรง และแน่นอน ไมเคิล แจ็คสัน โดยเฉพาะเพลงอย่าง Dirty Diana, Billie Jean และอัลบั้ม Off The Wall ที่เราได้เห็น The Weeknd หยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจเสมอ และใช้คอนเซปต์การเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเพลงอาร์แอนด์บีกับป๊อปที่ไมเคิลก็ทำเหมือนกัน

 

แถมตลอดคอนเสิร์ต The Weeknd เป็นศิลปินคนหนึ่งที่เราต้องยกย่องว่าพยายามสร้างขอบเขตและนิยามใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์แนวเพลงที่เป็นแบบอย่างของเขาเอง ซึ่งแพร่กระจายสู่ฐานผู้ฟังได้อย่างกว้างขวาง โดยผสมผสานทั้งอาร์แอนด์บี, โซล, ดิสโก้, ฟังก์, ป๊อป, อิเล็กทรอนิกส์, อัลเทอร์เนทีฟ, ร็อก และฮิปฮอปเข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้เรานึกถึงอีกหนึ่งศิลปินที่สำคัญสุดในยุคนี้ที่ชื่อ บียอนเซ่ จีเซลล์ โนวส์ คาร์เตอร์

 

พอจบคอนเสิร์ตลงเราก็กลับมานั่งคิดว่า มากกว่าแค่ความบันเทิง เราได้อะไรจากคอนเสิร์ตนี้ โดยเฉพาะถ้าต้องเชื่อมโยงกับหลักการของ THE STANDARD Pop ว่า ‘What Culture Means’ และ THE STANDARD ว่า ‘Stand Up For The People’ ซึ่งสำหรับเรา เราได้เห็นความสำเร็จของผู้ชายคนหนึ่งที่เกิดที่เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา ในครอบครัวที่พ่อแม่อพยพมาจากเอธิโอเปีย และตอนอายุ 17 ผู้ชายที่ชื่ออาเบลก็ตัดสินใจออกจากโรงเรียนกับเพื่อนรัก La Mar Taylor (ที่ยังทำงานกับเขาทุกวันนี้) แพ็กฟูกที่นอนเข้ารถตู้และสู้ชีวิตเพื่อการเป็นศิลปิน ซึ่งใน 11 ปีต่อมาเขาก็สามารถมาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ที่ไทย สร้างความสุข และทำให้เห็นว่าการได้ความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ก็ไม่ได้เกี่ยวว่าคุณต้องเติบโตมาจากครอบครัวไหนหรือมีเงินในธนาคารเท่าไร แค่คุณมีความฝันและความมุ่งมั่น แค่นั้นก็พอ

 

 

ภาพ: Live Nation BEC-Tero

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US