×

พบผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียล ที่อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก หลังไม่มีรายงานการพบนานกว่า 10 ปี

โดย THE STANDARD TEAM
09.04.2022
ผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียล

วันนี้ (9 เมษายน) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานจาก นงพงา ปาเฉย นักกีฏวิทยาชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยกีฏวิทยาและจุลชีววิทยาป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช แจ้งว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2565 ได้พบผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียล Teinopalpus imperialis Hope แมลงคุ้มครองภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ และเป็นแมลงที่อยู่ในบัญชีที่ 2 แห่งอนุสัญญาไซเตส (CITES) ซึ่งไม่มีรายงานการพบผีเสื้อชนิดนี้มานานมากกว่า 10 ปีในประเทศไทย

 

ดร.แก้วภวิกา รัตนจันทร์ หัวหน้างานกีฏวิทยาป่าไม้ กล่าวว่า การพบผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียลครั้งนี้เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เนื่องจากเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า ธรรมชาติและระบบนิเวศในพื้นที่ได้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เหมาะสมกับการดำรงชีวิตและขยายเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นอีกครั้ง 

 

ดร.รุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้สั่งการให้ทีมนักวิจัยของสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช เร่งดำเนินการเก็บข้อมูลทางชีววิทยาและนิเวศวิทยาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมทั้งหาแนวทางอนุรักษ์และฟื้นฟูประชากรผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียลดังกล่าว และทางอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปกจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสั่งปิดพื้นที่บริเวณที่พบผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียลเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการรบกวนระบบนิเวศและพฤติกรรมของผีเสื้อชนิดนี้ เนื่องจากคาดว่าในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นฤดูผสมพันธุ์และการวางไข่ของผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียล ทั้งนี้การดำเนินงานดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ จิระพงษ์ คูหากาญจน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช อย่างใกล้ชิด

 

สำหรับผีเสื้อไกเซอร์อิมพีเรียล (Teinopalpus imperialis Hope) ลักษณะทั่วไป ผีเสื้อเพศผู้และเพศเมีย มีสีสันและลวดลายที่ต่างกัน โดยเพศผู้มีขนาดเล็กกว่า และโคนปีกสีเขียวเข้มสะท้อนแสง ที่ปีกคู่หลังมีแถบสีเหลืองปรากฏที่กลางปีก รวมทั้งมีติ่งแหลมที่ปลายปีกคู่หลัง 1 ติ่ง ปลายติ่งสีเหลือง ส่วนเพศเมียโคนปีกสีเข้มเข้มเช่นกัน ส่วนปลายปีกสีเทาที่ปีกคู่หลังมีติ่งหางยาว 2 ติ่ง โดยติ่งที่ยาวที่สุดมีสีเหลืองที่ปลายติ่ง เป็นผีเสื้อที่บินเร็วและปราดเปรียว มักจะเกาะบนต้นไม้สูง และจะพบบินในช่วงเวลาเช้า 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น มีเขตการแพร่กระจายที่เนปาล ภูฏาน จนถึงภาคตะวันออกของเทือกเขาหิมาลายาในประเทศอินเดีย (West Bengal, Meghalaya, Assam, Sikkim and Manipur) ตลอดจนภาคเหนือของประเทศเมียนมา และมณฑลเสฉวนในจีน ซึ่งทั้งหมดพบในระดับความสูงมากกว่า 6,000 ฟุต (ประมาณ 1,800 เมตร) ประเทศไทย สปป.ลาว และเวียดนาม ในประเทศไทยมีรายงานการพบเพียง 3 แห่งเท่านั้น ทั้งหมดกระจายอยู่ในภาคเหนือ และมียอดเขาสูงมากกว่า 1,800 เมตร คือ อุทยานแห่งชาติฟ้าห่มปก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ และอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน


READ MORE






Latest Stories