×

The Glory สัมภาษณ์ ซงฮเยคโย อีโดฮยอน อิมจียอน และนักเขียนคิมอึนซุก กับการล้างแค้นสุดเดือดเพื่อมอบบทลงโทษที่โลกต้องจำ!

26.12.2022
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • “คำขอโทษที่ออกมาจากใจ จะนำพวกเขากลับไปยังช่วงเวลาก่อนที่จะโดนทำร้าย เพราะเหตุนั้นฉันจึงตัดสินใจตั้งชื่อเรื่องว่า The Glory ด้วยความหวังที่อยากจะให้ตัวละครอย่าง ดงอึน ฮยอนนัม และ ยอจอง ได้กลับไปสดใสและมีเกียรติ เหมือนตอนก่อนที่พวกเขาจะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงค่ะ” คิมอึนซุก
  • “ดงอึนเป็นตัวละครใน The Glory ที่มีอดีตอันแสนจะเจ็บปวด เพราะความรุนแรงในโรงเรียนตั้งแต่เด็กๆ ทั้งคุณครูและตำรวจก็ไม่แม้แต่จะยื่นมือมาปกป้องเธอ เธอจึงตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าทำไมต้องเป็นเธอที่ต้องตาย เพราะพวกคนที่ทำร้ายเธอต่างหากที่ต้องได้รับบทลงโทษ” ซงฮเยคโย

The Glory ซีรีส์ปลายปี ออริจินัลคอนเทนต์จาก Netflix นับเป็นงานวัดใจครั้งสำคัญ เพราะแฟนซีรีส์ต่างรอคอยผลงานของ คิมอึนซุก นักเขียนมือทองที่เคยฝากผลงานยอดนิยมเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Mr. Sunshine (2018), Guardian: The Lonely and Great God (2016) และ Descendants of the Sun (2016) แต่ซีรีส์ The Glory จะเป็นงานเขียนที่แตกต่างไปจากเดิม ด้วยการเล่าเรื่องราวการล้างแค้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อจากการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน

 

ไม่ใช่แค่คิมอึนซุก แต่ยังมีผู้กำกับอันกิลโฮ ที่ฝีมือดีและมีงานซีรีส์เยี่ยมๆ หลายเรื่อง เช่น Happiness (2021), Watcher (2019), Memories of the Alhambra (2018) ซึ่งด้วยเรื่องราวในโทนดาร์ก หม่นเศร้า ล้างแค้น ความรุนแรงของ The Glory ด้วยแล้ว การออกอากาศกับแพลตฟอร์มสตรีมมิงก็เป็นคำตอบที่จะผลักดันให้ซีรีส์ไปได้ไกลกว่าการออกฉายทางโทรทัศน์

 

The Glory จะออกอากาศในวันที่ 30 ธันวาคมนี้แล้ว โดยจะแบ่งออกเป็นสองภาค ภาคแรก 8 เอพิโสด และจะตามมาด้วยภาคที่สองในเดือนมีนาคมปีหน้า

 

 

ในงานแถลงข่าวซีรีส์ The Glory ซงฮเยคโย อีโดฮยอน อิมจียอน ยอมฮเยรัน พัคซองฮุน จองซองอิล นักเขียนบทคิมอึนซุก และผู้กำกับอันกิลโฮ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการทำงานในซีรีส์เรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

 

นักเขียนคิมอึนซุกได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนบทซีรีส์ The Glory ไว้ว่า “ฉันเป็นแม่ซึ่งมีลูกสาวที่กำลังอยู่ในวัยเรียนและจะขึ้นมัธยมปลายปีที่ 2 ในปีหน้า

 

“การใช้ความรุนแรงในโรงเรียนเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับฉัน แต่ก็เป็นเรื่องที่ชวนให้สงสัยเช่นกัน เพราะในขณะที่เรากำลังคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้อยู่ ฉันก็เกิดกังวลขึ้นมาว่าลูกสาวจะถูกวิจารณ์ที่โรงเรียนเพราะฉันหรือเปล่า แต่ลูกสาวตอบกลับมาว่า “ไม่หรอก แม่ไม่ได้ดังขนาดนั้นนะ” นั่นเป็นเรื่องแรกที่ทำให้ฉันช็อก แล้วลูกก็ถามฉันต่อว่า “แม่จะรู้สึกแย่กับอะไรมากกว่ากัน ระหว่างการที่หนูเป็นคนกลั่นแกล้งรังแกคนอื่น หรือการที่หนูโดนรังแกเสียเอง” นั่นเป็นอีกเรื่องที่ทำให้ฉันตกใจมากๆ ค่ะ

 

“ในขณะเดียวกันนั้น ความคิดมากมายก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว จนตัดสินใจเปิดแล็ปท็อปแล้วเริ่มเขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาค่ะ ฉันครุ่นคิดอยู่นานว่าจะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไรดี จึงได้ไปอ่านบทสัมภาษณ์หลายๆ คนที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในโรงเรียน และมาทราบทีหลังว่าเหยื่อส่วนใหญ่ไม่เคยต้องการคำขอโทษเป็นเงินทองหรือสิ่งของใดๆ หากแต่ต้องการคำขอโทษจากใจจริงมากกว่า ฉันจึงสงสัยว่าคำขอโทษที่จริงใจเหล่านั้นจะทำให้ได้อะไรดีขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่ได้อยากได้คำขอโทษ แต่มันเหมือนเป็นการทวงคืนสิ่งที่พวกเขาได้สูญเสียไปอย่างเช่นเกียรติและศักดิ์ศรี

 

“คำขอโทษที่ออกมาจากใจจะนำพวกเขากลับไปยังช่วงเวลาก่อนที่จะโดนทำร้าย เพราะเหตุนั้นฉันจึงตัดสินใจตั้งชื่อเรื่องว่า The Glory ด้วยความหวังที่อยากจะให้ตัวละครอย่าง ดงอึน ฮยอนนัม และ ยอจอง ได้กลับไปสดใสและมีเกียรติเหมือนตอนก่อนที่พวกเขาจะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงค่ะ”

 

นักเขียนคิมอึนซุกยังเล่าถึงกระบวนการระหว่างพัฒนาตัวละคร โดยตัวละครยอจองและดงอึนนับเป็นความยากและท้าทาย เพราะเธอไม่ต้องการให้มีเรื่องราวความรักเข้ามาเกี่ยวข้องในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่มากเกินไป “ตอนแรกที่ส่งฉบับร่างให้ผู้กำกับดู เขาถามฉันว่านี่เราทำซีรีส์แนวล้างแค้นใช่ไหม ไม่ใช่โรแมนซ์ใช่ไหม ฉันจึงดึงสติกลับมาได้และพัฒนาบทให้เข้าที่เข้าทาง ต้องขอบคุณผู้กำกับที่ช่วยทำให้ฉันไม่ไขว้เขวค่ะ”

 

 

ซงฮเยคโย นักแสดงหลักของเรื่องได้เล่าถึงเหตุผลที่รับบท ดงอึน ผู้หญิงที่โลกมืดหม่นที่สุด จากความเลวร้ายของความรุนแรงในโรงเรียน เธอเก็บความแค้นเอาไว้ เปลี่ยนมันเป็นไฟที่ทำให้เธอมีชีวิต มีเป้าหมายในการแก้แค้นให้สาสม 

 

The Glory เป็นซีรีส์อีกแนวหนึ่งที่ฉันอยากลองมาโดยตลอด รู้สึกเหมือนเป็นการผจญภัยอีกครั้งในฐานะนักแสดงค่ะ ครั้งแรกที่ได้อ่านบทในหัวฉันขาวโพลนไปหมด บทได้รับการเรียบเรียงอย่างสมบูรณ์แบบในตัวของมันแล้วโดยคุณคิมอึนซุก ขอแค่ฉันสื่อสารออกมาได้ดีก็น่าจะทำให้ออกมาเป็นตัวละครที่ดีค่ะ ที่ผ่านมาฉันรับบทในผลงานแนวเมโลดราม่ามาค่อนข้างเยอะ เรื่องนี้ผู้ชมอาจจะได้เห็นการแสดงสีหน้าและอารมณ์ที่แปลกใหม่จากผลงานเรื่องก่อนๆ ของฉัน เป็นประสบการณ์ที่ท้าทายสำหรับฉัน แต่ก็สนุกมากค่ะ

 

“ดงอึนเป็นตัวละครใน The Glory ที่มีอดีตอันแสนจะเจ็บปวด เพราะความรุนแรงในโรงเรียนตั้งแต่เด็กๆ ทั้งคุณครูและตำรวจก็ไม่แม้แต่จะยื่นมือมาปกป้องเธอ เธอจึงตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตาย แต่ก็ฉุกคิดได้ว่าทำไมต้องเป็นเธอที่ต้องตาย เพราะพวกคนที่ทำร้ายเธอต่างหากที่ต้องได้รับบทลงโทษ นั่นจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการล้างแค้นค่ะ

 

“ค่อนข้างเป็นเรื่องยากที่จะสื่ออารมณ์ของดงอึนซึ่งต้องทนทุกข์ทรมานจากอดีตอันแสนโหดร้าย และต้องเผชิญหน้าต่อสู้กับผู้ที่กระทำผิด แต่แทนที่จะแสดงภาพลักษณ์ที่อ่อนแอ ฉันอยากให้ผู้ชมมองเห็นด้านที่เข้มแข็งแทนค่ะ อยากให้เห็นว่าฉันเป็นดงอึนที่แข็งแกร่งมากกว่าดงอึนในวัยเด็ก ฉันจึงโฟกัสจุดนั้นเป็นพิเศษ”

 

 

อีโดฮยอน รับบท จูยอจอง ตัวละครที่ภายนอกดูสดใส แต่ภายในกลับมีอะไรมากมายซ่อนอยู่ เขาเล่าถึงการรับบทยอจอง และการพัฒนาคาแรกเตอร์ตัวละครให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

 

“ผมชื่นชอบนักเขียนบทและผู้กำกับมากครับ ตอนที่ได้บท The Glory ครั้งแรก ผมอ่านบท 4 ตอนจบในรวดเดียวเลย ผมสงสัยว่าตัวละครจูยอจองจะเป็นคนแบบไหน เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงออกมากเท่าไร สิ่งนี้ทำให้ผมยิ่งอยากรู้จักตัวละครนี้มากขึ้น และหวังว่าผู้ชมจะเข้าใจสิ่งที่ผมสื่อผ่านตัวละครจูยอจองครับ

 

“ตอนอยู่ในกองถ่ายผมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้กำกับอยู่เสมอครับ ผมได้เรียนรู้ว่าการสื่ออารมณ์ของผมนั้นมีผลต่อการเล่าเรื่องในฉากต่อๆ ไปด้วย ต้องขอบคุณผู้กำกับที่ให้โอกาสผมได้ลองถ่ายทอดอารมณ์ในหลากหลายรูปแบบ ผมจึงพยายามเตรียมตัวและฝึกซ้อมหลายครั้ง เพราะจะได้หาทิศทางที่เหมาะสมในการแสดงมากที่สุดครับ”

 

 

อิมจียอน ตัวร้ายของ The Glory ผู้สร้างบาดแผลให้กับดงอึน เป็นครั้งแรกที่อิมจียอนพลิกคาแรกเตอร์มารับบทร้ายสุดๆ เธอเล่าถึงความรู้สึกเกี่ยวกับตัวละครนี้ไว้ว่า “ครั้งแรกที่ฉันได้อ่านบทฉันอึ้งและอินกับบทมาก สมแล้วที่เป็นผลงานของนักเขียนบทคิมอึนซุกค่ะ แต่ก็อดเซอร์ไพรส์ไม่ได้ว่านี่ใช่ผลงานของเธอจริงหรือ เพราะมันแตกต่างจากผลงานที่ผ่านมาของเธอและไม่ใช่แนวเมโลดราม่าด้วยค่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรับบทตัวร้าย ซึ่งเป็นบทที่ฉันอยากลองเล่นมานานแล้วจึงตั้งใจแสดงเป็นยอนจินในแบบรูปของฉันออกมาค่ะ

 

“ยอนจินเป็นคนที่รังแกดงอึนในสมัยเรียน และเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เธอแค้นฝังใจ ยอนจินเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยและมีอำนาจ เธอได้แต่งงานและมีครอบครัวที่ดี จนกระทั่งวันหนึ่งได้รู้ว่าดงอึนเป็นครูประจำชั้นของลูกสาวเธอ ยอนจินที่เคยเจิดจรัสมาตลอดและอยากมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบและหรูหราไปตลอดชีวิตจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษามันไว้

 

“บทยอนจินยากสำหรับฉันมากในตอนแรก ฉันพยายามหาคำตอบว่าทำไมยอนจินถึงทำอะไรที่ชั่วร้ายแบบนั้นได้ ทั้งที่เธอเองก็ไม่เคยมีปมด้อยอะไร แต่แล้วคำตอบที่ฉันค้นพบก็คือเพราะความรู้ไม่เท่าถึงการณ์ เธอไม่รู้ว่าการทำร้ายผู้อื่นเป็นเรื่องที่ผิด ไม่เข้าใจว่าทำไมการที่ใจร้ายกับคนถึงเป็นเรื่องไม่ควร เพราะเธอเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่เธอสามารถครอบครองทุกอย่างที่เธอต้องการ ไม่ต้องไขว่คว้า ดิ้นรน และไม่ต้องแบกความรับผิดชอบ เลยทำให้เธอไม่รู้สึกผิด”

 

ฉากสำคัญของ The Glory ที่ทำให้แฟนซีรีส์เจ็บแค้นแทนดงอึนมากๆ ก็คือฉากความรุนแรงในโรงยิมที่เป็นการถ่ายทำแบบ One Take และอิมจียอนต้องตบหน้าซงฮเยคโยจริงๆ “ฉากนั้นเป็นหนึ่งในฉากที่ยากที่สุดสำหรับฉันเลยค่ะ พอจินตนาการว่าต้องมาปะทะกับเพื่อนที่ฉันเคยทำร้ายในสถานที่เดิมแล้วรู้สึกว่ายากมากค่ะ จำได้ว่าวันนั้นหน้าของฉันกับรุ่นพี่ซงฮเยคโยแดงและบวมมากเลยค่ะ รุ่นพี่ซงฮเยคโยต้องประคบน้ำแข็งก่อนถ่ายฉากต่อไปเลยค่ะ”

 

 

The Glory เป็นความท้าทายใหม่ของนักเขียนคิมอึนซุก โดยตัวเธอเองพร้อมรับคำติชม เพราะถึงเวลาแล้วที่เธอควรเดินทางสู่พื้นที่ใหม่ๆ ของงานเขียนบท นักเขียนคิมอึนซุกให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันพยายามเตือนตัวเองตลอดว่าไม่ให้สร้างผลงานที่ดูแล้วซ้ำซากจำเจ และคราวนี้ฉันก็คิดว่าถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนแนวได้แล้ว อีกประเด็นคือทาง Netflix น่าจะชื่นชอบและสนับสนุนผลงานเรื่องนี้ ฉันคิดว่าไม่น่าจะเสียหายอะไรที่จะลองเขียนดูสักตั้ง ถ้าครั้งนี้ไม่ประสบผลสำเร็จต้องลองพยายามใหม่

 

The Glory สะท้อนปัญหาความรุนแรงในโรงเรียนที่ฉันเชื่อว่าไม่ใช่แค่ในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่มีอีกหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าว มีพ่อแม่และเหยื่อที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน ฉันว่าทุกคนสามารถเข้าใจสิ่งที่ต้องการจะสื่อได้ไม่ยากค่ะ สั้นๆ เลยคือ เอาชนะมันให้ได้ และอย่าทำเรื่องที่ไม่ดีค่ะ

 

“ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ (+19) เพราะมีเนื้อหาและคำพูดที่เกี่ยวกับการใช้ความรุนแรง อีกอย่างเรื่องนี้เล่าถึงความแค้นส่วนตัว เป็นการแก้แค้นผ่านปรัชญาและมุมมองของตัวละครดงอึนเท่านั้น ฉันคิดว่ามันเป็นซีรีส์ที่เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ เพราะพวกเขาสามารถตัดสินได้ว่าสิ่งไหนถูกหรือผิด”

 

 

The Glory นำแสดงโดย ซงฮเยคโย อีโดฮยอน อิมจียอน ยอมฮเยรัน พัคซองฮุน จองซองอิล ผลงานการเขียนบทโดยคิมอึนซุก และงานกำกับโดยอันกิลโฮ ออกอากาศภาคแรก 8 เอพิโสด ในวันที่ 30 ธันวาคม 2022 และออกอากาศภาคสองในเดือนมีนาคม 2023 รับชมได้ทาง Netflix

 

ตัวอย่างซีรีส์ The Glory

 

 

ภาพ: Netflix

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising