×

หุ้นตกหนักตามตลาดโลก KTBST แนะนักลงทุนถือเงินสด เชื่อชัดเจนปลายสัปดาห์หน้า

11.10.2018
  • LOADING...

เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ต.ค.) ตามเวลาประเทศไทย บรรดานักลงทุนและผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวตลาดเงินตลาดทุนต่างกังวลกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 25,598.74 จุด ลดลง 831.83 จุด (3.15%) ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดที่ 2,785.68 จุด ลดลง 94.66 จุด (3.29%) และดัชนี NASDAQ ปิดตลาดที่ 7,422.05 ลดลง 315.96 จุด (4.08%) ปรับลดในสัดส่วนเยอะที่สุด

 

ไม่เหนือความคาดหมายสำหรับผลกระทบจากตลาดสหรัฐอเมริกาที่มีต่อตลาดเอเชียรวมทั้งกลุ่มประเทศ Emerging Market รวมทั้งประเทศไทย โดยช่วงเช้า วันนี้ (11 ต.ค.) ดัชนี NIKKEI 225 (ญี่ปุ่น) อยู่ที่ 22,513.80 จุด ลดลง 992.24 จุด (4.22%) ดัชนี HANG SENG (ฮ่องกง) อยู่ที่ 25,207.03 จุด ลดลง 986.04 จุด (3.76%) ดัชนี SHSZ300 (จีน) อยู่ที่ 3,150.21 จุด ลดลง 131.39 จุด (4%) ขณะที่ประเทศไทย ตลาดหุ้นเช้านี้เปิดตลาดที่ 1,678.94 จุด ลดลง 42.88 จุด (2.49%) ปรับตัวลดลงตามตลาดโลกและภูมิภาคเช่นเดียวกัน

 

จักรกริช เจริญเมธาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) หรือ KTBST ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว THE STANDARD ว่า ขณะนี้นักลงทุนค่อนข้างกังวลกับปัจจัยสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกาที่กำลังเผชิญปัญหาการกีดกันทางการค้าที่ตอบโต้กันอย่างไม่รู้จบกับประเทศจีน ซึ่งบางส่วนคาดว่ากำไรของบริษัททั้งกลุ่มสำคัญได้รับผลกระทบชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางจีนเพิ่งปรับลดอัตราส่วนเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง ตอกย้ำสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

 

นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คิด จึงทำให้เกิดการขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ราคาปรับสูงขึ้นต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา ขณะนี้นักลงทุนต่างโยกย้ายเม็ดเงินสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ส่งผลตอบแทนให้พันธบัตรสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 

ผู้บริหาร KTBST แนะนำนักลงทุนให้ถือเงินสดไว้ก่อน อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจลงทุนในช่วงตลาดผันผวน รอดูความชัดเจนแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางของตลาดภายในสุดสัปดาห์หน้านี้

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories