×

แกนนำนักเรียนเลวรับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง กรณีชุมนุม 15 ต.ค.

30.11.2020
  • LOADING...

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) มิน-ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ, พลอย-เบญจมาภรณ์ นิวาส แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว และคณพศ แย้มสงวนศักดิ์ แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่านักเรียนไท พร้อมทนายความและผู้ปกครอง เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ลุมพินี ในข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ 9 ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

 

ด้าน คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จากพฤติการณ์ในการชุมนุมวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดพฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนจะแจ้งทั้งหมด

 

ทั้งนี้ แนวทางการช่วยเหลือของทนายคือ ให้ทั้ง 3 คนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะให้การเพิ่มเติมโต้แย้งในพฤติการณ์รายละเอียดของข้อกล่าวหา โดยคดีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท

 

คุ้มเกล้ากล่าวว่า การที่เยาวชนออกมาใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ ที่ให้สิทธิชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ กลุ่มนักเรียนเลวเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่เยาวชนออกมาเรียกร้องต่อรัฐและกระทรวงศึกษาธิการ ก็เป็นการเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ต้องตั้งคำถามกับรัฐ ว่าการดำเนินคดีขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กหรือไม่

 

รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่า วันนี้เมื่อให้การปฏิเสธ ตามขั้นตอนก็จะต้องปล่อยตัว เพราะมีผู้ปกครองมารับตัวเยาวชนทั้ง 3 คน และสามารถนัดหมายมาพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อส่งสำนวนหรือสอบคำให้การเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้ง 3 คนไปตรวจสอบการรับทราบข้อกล่าวหาที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อรายงานต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องไป เพราะเป็นการมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ไม่ได้ตามหมายจับ จึงมองว่าเป็นการเพิ่มกระบวนการที่เกินจำเป็นหรือไม่

 

ด้านลภนพัฒน์กล่าวว่า การชุมนุมเป็นเสรีภาพอย่างหนึ่ง และการโดนโทษก็มองว่าไม่ยุติธรรม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมายว่าจะอย่างไรต่อไป และในฐานะประชาชนก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

 

ส่วนคดีที่โดนคือฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และหากดูจากพฤติการณ์ สิ่งที่ขึ้นปราศรัยคือการร้องเพลงแจวเรือ ทำให้รู้สึกตลกที่มาแจ้งข้อกล่าวหา จึงมองว่าไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรกับการถูกดำเนินคดี แม้จะเป็นคนร่วมชุมนุมหรืออยู่บนเวที มองว่าเจ้าหน้าที่รัฐก็ควรจะดูพฤติการณ์ด้วย เพราะเชื่อว่าพฤติการณ์ของตนเองเกี่ยวข้องกับการเมืองน้อยมาก และการแสดงออกด้วยเสียงเพลงไม่น่าจะผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

 

“การออกไปชุมนุมทางการเมืองควรเป็นเสรีภาพที่ประชาชนกระทำได้ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กก็รองรับไว้ แต่เมื่อออกไปทำกลับโดนดำเนินคดี ดังนั้น ต้องตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ และสิ่งที่พวกผมโดนแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ปกติ พยายามเล่นงานคนที่ต่อต้านรัฐ และการออกหมายเรียกไม่สามารถหยุดกระบวนการเรียกร้องได้ ต่อให้แกนนำถูกจับหมดก็ตาม เพราะการเรียกร้องเป็นเรื่องของอุดมการณ์ ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลที่จะสูญสลายหายไป” ลภนพัฒน์กล่าว

 

สำหรับวันพรุ่งนี้ (1 ธันวาคม) ที่จะมีกิจกรรมรณรงค์ให้ใส่ชุดไปรเวตไปโรงเรียน ลภนพัฒน์บอกด้วยว่า อยากเห็นการต่อต้านอำนาจรัฐ และการไม่ใส่เครื่องแบบไปไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับนักเรียน ส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร นอกจากกังวลว่าครูอาจจะกลั่นแกล้งนักเรียนหรือไม่ เพราะครูบางส่วนยังไม่เข้าใจสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันติดตามด้วย ทั้งนี้ มองว่าการใส่ชุดไปรเวต คือการตั้งคำถามต่ออำนาจที่กดทับ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การปฏิรูป เพราะการปฏิรูปอยู่ที่อำนาจของรัฐ และการแต่งกายเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องของนักเรียนเลวด้วย

 

ลภนพัฒน์ยังบอกด้วยว่า ในกิจกรรมรณรงค์แต่งชุดไปรเวตไปโรงเรียน อยากให้ติดตามในระหว่างที่พวกตนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาวันนี้ว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นในรอบกรุงเทพมหานครในเวลา 15.00 น. ทั้ง 9 สถานที่คือ กระทรวงศึกษาธิการ, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ พญาไท, แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน, ท่าเรืออโศก, MRT สุขุมวิท, BTS สยาม, สกายวอล์กปทุมวัน และ BTS ศาลาแดง

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories