วันนี้ (7 กรกฎาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำสัปดาห์ โดยมีวาระสำคัญหลายเรื่อง ทั้งการต่ออายุการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การผ่อนปรนหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการพิจารณาโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการด้านพลังงาน
วาระสำคัญที่ต้องจับตา คือ การพิจารณาขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกไปอีก 3 เดือน ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 19 ตุลาคม 2569 ตามมติคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.)
ด้านกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยยกเลิกเกณฑ์ตัดสิทธิบางประการ ได้แก่ การไม่นำกรณีที่บุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในฐานะผู้อุปการะ มาเป็นเหตุในการตัดสิทธิ รวมถึงไม่นำสินเชื่อภาคการเกษตรที่มีวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท มารวมเป็นเกณฑ์พิจารณา เนื่องจากเป็นสินเชื่อตามฤดูกาลเพาะปลูกหรือสินเชื่อเยียวยาภัยพิบัติ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่ออุปโภคบริโภคทั่วไป
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลผู้ลงทะเบียนโครงการกว่า 19 ล้านคน เข้าสู่ระบบคัดกรอง Data Lake ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ 40 แห่ง และเตรียมประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติรับสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
นอกจากนี้ ครม. ยังเตรียมพิจารณาวาระสำคัญจากหลายกระทรวง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลมาเลเซียว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ขณะที่กระทรวงกลาโหม เสนอร่างข้อตกลงขั้นตอนระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศออสเตรเลีย ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเติมเชื้อเพลิงในอากาศ ซึ่งจะมีการลงนามในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคม 2569
ส่วนกระทรวงการคลัง จะเสนอการปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สำหรับรอบการนำส่งเงินประจำปี 2569 รวมถึงเสนอการกู้เงินจากธนาคารโลก เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ระหว่างตำบลเกาะกลางกับตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมอำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา กับอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ของกรมทางหลวงชนบท
ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังร่วมกับกระทรวงพลังงาน จะเสนอแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานหมุนเวียนของประเทศ โดยมุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ผ่านระบบโซลาร์เซลล์ ควบคู่กับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) รวมถึงมาตรการรองรับและกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซลและพลังงานชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนพลังงานของประเทศและลดผลกระทบจากการนำเข้าน้ำมันต่อดุลบัญชีเดินสะพัด
อีกหนึ่งวาระที่น่าจับตา คือ กระทรวงกลาโหม เตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพิ่มเติม เพื่อรองรับภารกิจและสถานการณ์บริเวณชายแดนด้านตะวันออก


