ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการเยือนรัสเซียของสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระหว่างวันที่ 12–15 สิงหาคมที่ผ่านมา
การเยือนในครั้งนี้ เป็นการสานต่อจากการหารือทวิภาคีระดับผู้นำระหว่างนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีรัสเซีย เมื่อเดือนมิถุนายนโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขยายโอกาสความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการทูตเศรษฐกิจของไทยที่สนับสนุนการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ในระหว่างการเยือน รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้นำคณะภาคเอกชนร่วมเดินทางไปด้วย นำโดยคณะผู้บริหารหอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย
ขณะที่กำหนดการสำคัญของการเยือนครั้งนี้ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย–รัสเซีย (JC) ครั้งที่ 9 ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีฯ ทำหน้าที่ประธานร่วมกับนายอะเล็กเซย์ เชคุนคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาภูมิภาคตะวันออกไกลและอาร์กติก รัสเซีย เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม
รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังได้พบหารือทวิภาคีกับเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย และผู้แทนระดับสูงของรัสเซีย รวมถึงอเล็กซานเดอร์ โนวัค รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ซึ่งกำกับดูแลงานด้านเศรษฐกิจ และบาคิตชาน ซากินตาเยฟ ประธานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจยูเรเชีย
โดยประเด็นหารือสำคัญระหว่างการเยือน ได้แก่ การส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการขยายการค้าและการลงทุน ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายยังมีการค้าระหว่างกันไม่มาก โดยมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 จึงมีศักยภาพที่จะขยายตัว
ทั้งนี้ ไทยยังผลักดันให้เร่งกระบวนการเพื่อเริ่มการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย–สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย Eurasia Economic Union หรือ EAEU ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซ เบลารุส และอาร์เมเนีย โดย EAEU มีจำนวนประชากรรวมกันกว่า 180 ล้านคน และมีขนาดเศรษฐกิจรวมกว่า 99 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับไทย
หลังจากนี้ จะมีการจัดประชุมระดับคณะทำงานเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านต่าง ๆ อาทิ การค้าอิเล็กทรอนิกส์ ความเชื่อมโยง และพลังงานสีเขียว ตลอดจนสนับสนุนให้ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายไทยและรัสเซียได้หารือประกอบด้วย ความร่วมมือเพื่อแก้ไขอุปสรรคทางการค้าและการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าไทย อาทิ สินค้าเกษตรและอาหาร ตลอดจนการอำนวยความสะดวกทางการค้า ความเป็นไปได้ของความร่วมมือด้านการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร การเชื่อมโยงด้านคมนาคม การท่องเที่ยว และการส่งเสริมการลงทุน โดยจะมีการจัด Russia–Thailand Investment Forum ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ ในเดือนตุลาคม ซึ่งต่อยอดจากการประชุม Investment Forum ที่ภูเก็ต เมื่อปี 2025
นอกจากนี้ ในการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย–รัสเซีย ซึ่งจะครบรอบ 130 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2027 และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญในภูมิภาคและกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค โดยเฉพาะความร่วมมืออาเซียน-รัสเซีย
ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในเอกสารแผนการหารือ (Plan of Consultations) ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นแผนการหารือความร่วมมือในระดับและสาขาต่าง ๆ
คณะภาคเอกชนไทยยังได้เข้าร่วมการบรรยายสรุปโดยสภาธุรกิจรัสเซีย-ไทย และรับฟังประสบการณ์จากภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในรัสเซีย ตลอดจนเยี่ยมชมกิจการของภาคเอกชนรัสเซียเพื่อโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ โดยคณะภาคเอกชนไทยที่ร่วมเดินทางไปรัสเซียในครั้งนี้มาจากหลายภาคอุตสาหกรรม เช่น ภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร พลังงาน ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ICT เครื่องจักรอุตสาหกรรม ยางและชิ้นส่วนยานยนต์
การเยือนรัสเซียของรองนายกรัฐมนตรีฯ ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทย โดยภาครัฐได้เปิดโอกาสและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายการค้าการลงทุน เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนไทยในการแสวงหาโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม


