×

ไทย-เมียนมา จับมือตั้งคณะทำงานร่วม บริหารจัดการคุณภาพน้ำข้ามพรมแดน ชูเป้าหมายสิ่งแวดล้อมยั่งยืน

โดย THE STANDARD TEAM
06.08.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทย-เมียนมา

วันนี้ (6 สิงหาคม) ในการผลักดันความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ผ่านการลงนามขอบเขตอำนาจหน้าที่ (Terms of Reference : TOR) ว่าด้วยการจัดตั้งคณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำที่เป็นพรมแดนและแม่น้ำที่ไหลผ่านระหว่างสองประเทศ

ดูภาพข่าว 

​การลงนามดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเฝ้าระวัง การติดตาม และการแลกเปลี่ยนข้อมูลคุณภาพน้ำ รวมทั้งกำหนดมาตรการร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะนำไปสู่การคุ้มครองทรัพยากรน้ำ ระบบนิเวศ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

​ในโอกาสสำคัญนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และ มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีและเป็นสักขีพยานการลงนามระหว่าง รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ลา เมาง์ เต็ง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 

 

โดยมี สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม

การลงนามครั้งนี้จัดขึ้นในวาระที่ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 6–7 สิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริมและยกระดับความร่วมมือทวิภาคีในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า พลังงาน ตลอดจนด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

​สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการยกระดับความร่วมมือเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนร่วมกัน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

​”ความร่วมมือดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลทั้งสองประเทศในการร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” สุชาติ กล่าวเสริม

 

​สำหรับสาระสำคัญของ TOR ฉบับนี้ ประกอบด้วย:

  • ​การจัดตั้งกลไกความร่วมมือ: เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูล และองค์ความรู้ระหว่างไทยและเมียนมา
  • ​การกำหนดมาตรการร่วม: เพื่อบริหารจัดการคุณภาพน้ำในแม่น้ำพรมแดนอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากมลพิษ และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ชายแดน
  • ​กรอบระยะเวลา: TOR มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่วันที่ทั้งสองฝ่ายลงนาม

ภายหลังจากการลงนาม ทั้งสองประเทศจะเดินหน้าจัดตั้งคณะทำงานร่วมทั้งในระดับกระทรวงและระดับกรม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเน้นการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประเทศไทยเตรียมรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทยและเมียนมาในโอกาสต่อไป

 

 

อนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทย-เมียนมา 1อนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทย-เมียนมา 2อนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทย-เมียนมา 3อนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทย-เมียนมา 4อนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทย-เมียนมา 5อนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทย-เมียนมา 6อนุทิน ชาญวีรกูล และ มิน อ่อง หล่าย ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือจัดการคุณภาพน้ำระหว่างไทย-เมียนมา 7

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising